Register Member   |      Login

หน้าแรก > The Raweekanlaya Dining - อาหารไทยแบบฉบับชาววัง

Image

The Raweekanlaya Dining - อาหารไทยแบบฉบับชาววัง

by Nina's Journey 09/02/2018

The Raweekanlaya Bangkok Wellness Cuisine Resort
ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ



ได้รับโอกาสผ่านเป็น 1 ใน 10 ผู้โชคดีร่วมงาน Meeting แฟนเพจครั้งแรก โดย“เพจพักสบาย” ซึ่งงานนี้กำหนดธีมการแต่งงานเป็นชุดไทยสมัย ร.5 - ร.7 เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศสถานที่ค่ะ ... ต้องบอกว่าสถานที่ตั้งนี่ไม่ไกลจากบ้านเก่าเราเลย แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีสถานที่แบบนี้หลบซ่อนอยู่ใจกลางเมืองกรุง แถมยังมีประวัติความเป็นมาอิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจซะด้วยสิ

จากตลาดเทเวศร์ เลี้ยวเลาะริมคลองไปตามถนนกรุงเกษมไม่ไกลก็จะเห็นลานจอดรถด้านหน้า หรือจะมาทางเรือโดยเรือด่วนเจ้าพระยา (ท่าเทเวศร์) ก็เดินต่อมาอีกไม่ไกล ... ด้านในเป็นอาคารโทนสีเขียวอ่อน แทรกด้วยแนวต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นย์



“ระวีกัลยา” ที่พักสไตล์รีสอร์ท เน้นความสวยงามแบบไทย ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารห้องพัก การตกแต่ง หรือแม้แต่จานอาหารที่นำเสนอ ... นอกจากนี้ยังเป็นที่พักที่เน้นการพักผ่อนเพื่อสุขภาพ มีทั้ง Fitness, สปา (Imperial Spa) และไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เน้นน้ำสมุนไพร

เรือนที่พักมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ เป็นเรือนเก่าของ”พระนมทัด” พระนมในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ซึ่งตัวเรือนสร้างขึ้นในช่วงปีพุทธศักราช 2400 ยังคงสถาปัตยกรรมแบบเก่าสไตล์โคโรเนียล เนื่องจากในสมัยนั้นเป็นยุคสมัยที่ไทยเริ่มได้รับอิทธิพลจากทางตะวันตก สะท้อนออกมาในสถาปัตยกรรมและเครื่องแต่งกายที่เริ่มเปลี่ยนไป จากการห่มสไบและการนุ่งผ้าโจง เป็นการนุ่งผ้าซิ่น-เสื้อลายลูกไม้



ตัวอาคารได้รับการอนุรักษ์และทำนุบำรุงไว้ ตั้งอยู่ในสวนร่มรื่นย์ พร้อมด้วยต้นไทรใหญ่อายุเกิน 100 ปี ... เมื่อย่างก้าวเข้ามาแล้ว สงบ-ร่มรื่นย์จนแทบจะลืมไปว่าเรายังอยู่ใจกลางเมืองกรุง บางความรู้สึกที่ให้อารมณ์ของการพักผ่อนในบ้าน มากกว่าจะเป็นการพักผ่อนในรีสอร์ท ... รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญ เดินทางไปต่อไม่ไกล อย่างภูเขาทอง, พระบรมมหาราชวัง ฯลฯ



การตกแต่งภายในเน้นความเป็นไทย ไม่ว่าจะถ้วยเบญจรงค์ หมอนสามเหลี่ยมแบบไทยๆ หรือแม้แต่จิตรกรรมฝาผนัง ที่ใช้การวาดลาดลายจิตรกรรม งานฝีมือ แทนการติดวอลเปเปอร์ โดยเฉพาะ”บทกลอน”จากบทประพันธ์เลืองชื่อต่างๆ ที่มีการเขียนประดับไว้ตามที่ต่างๆโดยไม่ซ้ำกัน



++ ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยเรื่องราวของกรุงเทพฯในอดีต ++


ในส่วนห้องพักมีทั้งหมด 38 ห้อง แบ่งออกเป็น 2 โซนคือ City Wing และ Garden Wing สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่คืนละ 2,500 บาท แต่เสียดายว่าห้องพักค่อนข้างเต็ม เลยมีโอกาสได้ชมห้องพักเพียงแค่ห้องเดียว


===========================

หากไม่ได้เข้าพัก อยากแนะนำห้องอาหารที่นี่ค่ะ “The Raweekanlaya Dining” จุดเด่นคือเมนูอาหารไทยชาววัง ซึ่งหลายๆเมนูหาทานได้ยากในปัจจุบัน และบางเมนูที่ขอสารภาพว่าไม่เคยได้ทานมาก่อน มีโอกาสได้ลองชิมเป็นครั้งแรกที่นี่นี่เอง ... ภาพประกอบอาจจะตกหล่นไปบ้างนะคะ เพราะเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ เลยไม่ได้เก็บภาพมาครบถ้วนสักเท่าไหร่

ก่อนจะเล่าถึงเมนูและจานอาหารต่างๆ อยากจะกล่าวถึง”ใบรายการอาหาร”ของที่นี่สักนิดหนึ่ง เพราะด้วยรูปแบบที่แตกต่างจากที่อื่นๆ ทำให้ดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ... เมนูที่นี่เป็นแผ่นพับคล้ายๆ”หนังสือใบลาน” มีบทกลอนสอดแทรกอยู่ในเมนูรายการอาหาร รวมทั้งการสะกดคำแบบโบราณ อาทิเช่น ขะหนม, ซาลัด ฯลฯ มีการเล่นสำนวนต่างๆ ที่อ่านแล้วแอบอมยิ้มในความช่างคิด



เมนูอาหาร ราคาเริ่มต้นที่จานละ 140.-บาท ซึ่งราคานี้เทียบกับเมนูอาหารไทยชาววังที่หาทานได้ยากแล้ว ถือว่ารับได้ แถมสามารถเลือกได้ด้วยว่าอยากจะทานในห้องอาหารหรือนั่งรับประทานในสวน นอกจากนี้ยังมีมุมห้องส่วนตัวเล็กๆ สำหรับรองรับแขกกลุ่มเล็กๆที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

มาดูกันค่ะ ว่าอาหารไทยชาววังของที่นี่ มีอะไรน่าทานบ้าง
* เมนูเรียกน้ำย่อยจานแรก “ม้าฮ่อ” >> จานนี้เป็นอีกเมนูหนึ่งที่เราไม่ได้ทานมานานมาก การนำเสนอจัดมาเป็นคำๆกำลังดี สัปปะรดหวานฉ่ำอร่อยมาก ไม่มีอมเปรี้ยวเลย วางเม็ดพริกไว้ด้านบนเผื่อใครไม่อยากทานเผ็ด


* ข้าวตังหน้าหมู >> จานนี้ไม่มีภาพประกอบ ลืมถ่ายมา

* เมี่ยงคำ >> จานนี้เขาจัดมาเป็นถ้วยเล็กๆ พอดีคำ ทานง่ายไม่เลอะมือ เด่นด้วยผักออแกนิคสดๆจากสวนของรีสอร์ท ตัวน้ำเชื่อมเข้มข้น รสชาติหวานกลมกล่อม


* ยำทวาย >> เห็นครั้งแรกหน้าตาช่างละม้ายคล้ายคลึงกับข้าวยำเกาหลี ยิ่งต้องราดน้ำยำแล้วคลุกให้เข้ากันก่อนทาน ยิ่งเหมือน แต่รสชาตินี่ไม่เหมือนนะคะ ... จานนี้เพื่อสุขภาพจริงๆ เพราะเน้นผักสดๆหลายชนิด ไก่ฉีก และปลากรอบ นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน น้ำยำจะคล้ายๆน้ำสะเต๊ะค่ะ


* น้ำพริกลงเรือ >> จะทานกับผักสดหรือคลุกกับข้าวร้อนๆก็ดี สำหรับรีสอร์ทที่เน้นสุขภาพแบบนี้ เขาเสิร์ฟพร้อมข้าวกล้องกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ค่ะ


* ขนมจีนซาวน้ำ >> น้ำกะทิใส่ลูกชิ้นปลากราย แถมยังเป็นขนมจีนเส้นสด สัปปะรดหวานฉ่ำ ติดใจสัปปะรดที่ี่นี่มาตั้งแต่เมนูแรกแล้ว


* ข้าวซอยไก่ >> ไม่ได้ถ่ายภาพมา แต่จานนี้ผู้ร่วมโต๊ะชมว่าอร่อยและรสชาติไม่เหมือนที่อื่น ไม่รู้มีสูตรลับเฉพาะอย่างไร เพราะเชฟไม่ยอมเผยข้อมูล

* ข้าวมันส้มตำ >> ข้าวมันห่อมาในใบตอง เสิร์ฟพร้อมหมูฝอยและแกงฟักทอง ส่วนตัวส้มตำวางมาบนใบกระหล่ำ


มาต่อที่ของหวานกันบ้างค่ะ ...
* ขนมเหนียว >> อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว เพราะไม่ได้ทานนานมากแล้วและหาทานได้ยาก แถมอร่อยซะด้วยสิ ตัวน้ำเชื่อมราดลงบนขนมเหนียว โรยด้วยน้ำตาล คลุกเคล้ากับมะพร้าวขูดและข้าวพองอบกรอบ ที่เคยทานบางครั้งจะเป็นรสชาติของมะพร้าวนำ แต่ที่นี่ไม่ใช่ รู้สึกว่ากลมกล่อมลงตัวมากกว่า ... และไม่รู้ทำไม ทานแล้วนึกถึงเรื่องราวเก่าๆในวัยเด็ก เหมือนเป็นความรู้สึกที่ห่างหายไปนาน แต่ได้กลับมาสัมผัสอีกครั้ง


* ส้มฉุน >> เป็นอีกเมนูที่เพิ่งได้ทานครั้งแรกและชอบมากด้วยค่ะ (ขออภัยไม่มีภาพประกอบ) เหมือนผลไม้ลอยแก้วชนิดหนึ่ง ... ที่นี่เขาจะเสิร์ฟมาในกาเบญจรงค์เล็กๆ เป็นเนื้อส้มโอและสัปปะรดอยู่ในน้ำเชื่อม ได้กลิ่นและรสชาติของเครื่องเทศนิดๆ และที่ชอบคือเขาใส่หอมเจียวค่ะ ชอบทานหอมเจียวเป็นทุนเดิม แต่ไม่คิดว่าจะเข้ากันกับของหวานในน้ำเชื่อมแบบนี้

=====================

ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น
เรียกส้มฉุนใช้นามกร
หวนถวิลลิ้นลมงอน
ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน

กาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน (กาพย์เห่ชมผลไม้)
บทพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ล้นเกล้ารัชกาลที่ 2

=====================

งานเลี้ยงเล็กๆที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ทั้งยังได้ความรู้ใหม่ๆอิงประวัติศาสตร์ ความรู้เรื่องอาหารไทยและการแต่งกายชุดผ้าไทย

++ Cr. ภาพ : เพจ Paksabuy ++
Cr. ภาพ : เพจ Paksabuy

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ”เพจพักสบาย”และ “The Raweekanlaya Bangkok Wellness Cuisine” สำหรับโอกาสได้ร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ พร้อมทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่มีใจร่วมรักษ์ความเป็นไทย

ข้อมูลเพิ่มเติม ...
https://www.facebook.com/RaweekanlayaHotel/
https://www.raweekanlaya.com/


============================
Nina's Journey กินเป็นหลัก พักเป็นเที่ยว
https://www.facebook.com/ninajourney

1 Like(s)

VIEW 245