Register Member   |      Login

หน้าแรก > ภาพยนตร์ที่ฉันชอบที่สุด

Image

ภาพยนตร์ที่ฉันชอบที่สุด

by timmy 12/01/2021

 สวัสดีทุกคนนนนน วันนี้เราจะมารีวิวภาพยนตร์ที่เราชอบมากกก..โอเคไม่ให้เสียเวลามากันเลยทุกคน

อันแรกคือเรื่อง Harry potter ตั้งภาค 1-7.2

      เป็นที่ทุกคนอาจเคยดูหรือไม่เคยดูกันอยู่เรื่องจะเกี่ยวกับเวทมนทั้งนั้นและบอกเลยว่าต้องสนุกมากและเริ่มทำหนังปีที่ ค.ศ 2001 ที่เป็นภาพยนตร์เป็นสูงสุดลำดับที่สองและมีภาคและฉายคือ

1.  แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์  ฉายวันที่ : 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544

2.  แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ  ฉายวันที่ : 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 (เป็น พ.ศ ที่เราเกิดด้วยแก)

3.  แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน  ฉายวันที่ : 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2547

4.  แฮร์รี่ พอตเตอร์กกับถ้วยอัคนี  ฉายวันที่ :  17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548

5.  แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์  ฉายวันที่ : 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

6. แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม  ฉายวันที่ : 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

7.1.  แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตตอนที่ 1  ฉายวันที่ : 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

7.2.  แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตตอนที่ 2  ฉายวันที่ : 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บอกเลยว่าต้องดูให้ได้และบอกเลยว่าหนักแสดงคือดื้อมากแม่อ่าเราจะนำแสดงดังต่อไปนี้

คนแรก 1. แม็กกี สมิธ รับบทเป็น มิเนอร์วา มักกอนนากัล

2. อีวานนา ลินช์ รับบทเป็น ลูนา เลิฟกูด

3. แมทธิว ลูอิส รับบทเป็น เนวิลล์ ลองบอตทอม

4. อัลเฟรด อีนอค รับบทเป็น ดีน โธมัส

5. แฮร์รี เมลลิง รับบทเป็น ดัดลีย์ เดิร์สลีย์

6. ร็อบบี โคลทราน รับบทเป็น รูเบอัส แฮกริด

7. เจสัน ไอแซคส์ รับทเป็น ลูเชียส มัลฟอย

8. แดเนียล แรดคลิฟฟ์ รับบทเป็น แฮร์รี พอตเตอร์

9. โดห์นัลล์ กลีสัน รับบทเป็น บิล วีสลีย์

10. เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ รับบทเป็น เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์

11. ราล์ฟ ไฟนส์ รับบทเป็น ลอร์ดโวลเดอมอร์

12. เอ็มมา ทอมป์สัน รับบทเป็น ซีบิล ทรีลอว์นีย์

13. เอ็มมา วัตสัน รับบทเป็น เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์

14. บอนนี ไรท์ รับบทเป็น จินนี วีสลีย์

15. เจมส์ และ โอลิเวอร์ เฟลส์ รับบทเป็น เฟรด และ จอร์จ วีสลีย์

16. รูเพิร์ต กรินต์ รับบทเป็น รอน วีสลีย์

17. โรเบิร์ต แพตตินสัน รับบทเป็น เซดริก ดิกกอรี (บอกเลยคนนี้ดื้อ)

18. ทอม เฟลตัน รับบทเป็น เดรโก มัลฟอย (ดื้อไม่แพ้กัน)

19. จูลี วอลเตอร์ส รับบทเป็น มอลลี วีสลีย์

20. นาตาเลีย ทีนา รับบทเป็น นิมฟาดอรา ท็องส์

21. ไมเคิล แกมบอน รับบทเป็น อัลบัส ดัมเบิลดอร์

22. ฌอน บิกเกอร์สตัฟฟ์ รับบทเป็น โอลิเวอร์ วูด

23. เฮเลน แม็คโครรี รับบทเป็น นาร์ซิสซา มัลฟอย

24. มาร์ค วิลเลียมส์ รับบทเป็น อาร์เธอร์ วีสลีย์

25. เคที เหลียง รับบทเป็น โชแชง

26. ฟิโอนา ชอว์ รับบทเป็น เพตทูเนีย เดิร์สลีย์

27. จอช เฮิร์ดแมน รับบทเป็น เกรกอรี กอยล์

28. สการ์เล็ต ไบรน์ รับบทเป็น แพนซี แพนกินสัน

29. เจมี เวย์เล็ตต์ รับบทเป็น วินเซนต์ แครบ

30. อิเมลดา สตอนตัน รับบทเป็น โดโลเรส อัมบริดจ์

และนี้คือนักแสดงในหนังนี้เลยจ้าาา

   เรื่องต่อไปคือ stanger things

    เชื่อว่าคนที่ตาม Stranger things มาตั้งแต่ซีซั่นแรกจะต้องดูซีซั่นสองกันหมดแล้ว ในที่นี้เราเลยขอพูดกับคนที่ไม่เคยดูมาก่อนก็แล้วกันเนาะ อาจสงสัยกันว่าทำไมช่วงนี้กระแส Stranger things ถึงลุกลามได้ขนาดนี้ ซีรีส์นี้ต่างจากเรื่องอื่นยังไง? ทำไมใครๆ ก็ต้องพูดถึง? แถมช่วงนี้ยังมีอีเวนต์ต่างๆ รวมถึงงานอาร์ตของ Stranger things ให้เราเห็นทั่วกรุงเทพฯ เลยด้วย

มาดูเหตุผลกันว่าทำไมทุกคนต้องดู Stranger Things? มันเจ๋งยังไง?

เรื่องย่อ

ซีซั่นที่ 1 : เรื่องเริ่มที่เมืองสมมุติชื่อฮอว์คินส์ รัฐอินเดียน่า  ช่วงค.ศ. 1980 ในซีซั่นแรกจะเน้นที่การสืบสวนการหายตัวไปของวิล หนึ่งในแก๊งของเด็กที่รักเรื่องวิทยาศาสตร์ และเมื่อตัวละครค่อยๆ ตามหาวิลทำให้พวกเขาได้พบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นรอบๆ เมืองแห่งนี้

ซีซั่นที่ 2 : เนื้อหาในซีซั่นที่สองจะเกิดหลังจากเหตุการณ์แรกหนึ่งปี ตัวละครต้องต่อสู้กับผลที่เกิดจากเนื้อเรื่องในซีซั่นแรก ซึ่งเพื่อไม่เป็นการสปอยล์…รีบดูตามมาให้ทัน!

1. เป็นซีรีส์ที่ทำให้คนรู้จักเน็ตฟลิก

ถึงแม้ว่าซีรีส์เรื่องแรกที่เน็ตฟลิกทำจะเป็น House of Cards ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2013 แต่ในขณะนั้นกลุ่มคนที่รู้จักเน็ตฟลิกก็ยังอยู่ในวงแคบ จนมาเมื่อปี 2016 นี่แหละที่ซีรีส์ Stranger things ได้ถือกำเนิดขึ้นและกลายเป็นกระแสปากต่อปากที่ใครๆ ก็อยากหามาดูให้ได้

อย่างเราเองก็ไปตามดูเพราะว่าได้ยินมาจากนักเขียนและพอดแคสต์ต่างๆ ที่แนะนำเช่นกัน จนแบบเออไม่ได้การละดูบ้างก็ได้ ซึ่งด้วยตัวบทและมู้ดแอนด์โทนต่างๆ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นตัวตนของเน็ตฟลิกไปเลย เหมือนเป็นการบอกกับวงการภาพยนตร์ทั่วโลกว่า ‘ชั้นไม่ได้มาเล่นๆ นะ รอชมเรื่องอื่นกันต่อได้เลย!’

2. ผสมผสานกลิ่นอายยุค 80

ทำให้ Stranger things ถือเป็นซีรีส์แห่งยุคที่ผสมเรื่องวิทยาศาสตร์เข้ากับการดำเนินเรื่องโดยนักแสดงเด็ก และยังเป็นเรื่องราวในยุค 80 ด้วย ทำให้เราได้กลิ่นอายของยุคนั้นไปแบบเต็มๆ เป็นเสน่ห์ที่สุดทางมากๆ มู้ดแอนด์โทนของซีรีส์คุมธีมออกมาได้ดี ทั้งอาร์ตในหนัง พร้อพต่างๆ ที่ถึงจะเป็นวิทยาศาสตร์แต่ก็เป็นแนวอนาล็อค ทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาตอนตัวเองเด็กๆ

3. นักแสดงคาแรคเตอร์จัด

ถ้าให้ว่ากันง่ายๆ เราว่า Stranger things มันเหมือนหนังเรื่องแฟนฉันที่เราเคยดูกันเมื่อปี 2003 มีกลิ่นอายความเป็นแก๊งเด็กๆ เที่ยวเล่น ขี่จักรยานกัน และดำเนินเรื่องไปแบบนั้น แต่ของ Stranger things จะเป็นแก๊งแฟนฉันที่เนิร์ดวิทยาศาสตร์ เนิร์ดบอร์ดเกม และหมกมุ่นกับการเรียนรู้มากๆ

4. กลายเป็นกระแสฟีเวอร์

หลังจากซีรีส์ออกมาซีซั่นเดียวตัวละครและพร้อพต่างๆ ในซีรีส์ก็กลายเป็นสิ่งของที่ทุกคนอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นหมวกที่ดัสตินใส่, ขนม Eggo ที่น้องแอลชอบกิน หรือจะอุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกใช้ในซีรีส์ ทุกอย่างกลายเป็นแรร์ไอเท็มที่ถูกนำมาทำเป็น Merchandise ทั้งจากแบรนด์เอง และจากกลุ่มแฟนคลับด้วย

ais-stranger-things-1

5. ดูเรื่องนี้ไม่เสียเวลาแน่นอน

หลายคนจะกลัวการเริ่มดูซีรีส์สักเรื่อง เพราะว่ากลัวจะเสียเวลาชีวิต กลัวจะติดเกินไปแล้วเสียงานเสียการ แต่สำหรับ Stranger things เราว่ามันโอเคที่จะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง/ซีซั่น ในการชมนะ เพราะว่าเราจะไม่เสียดายทีหลังแน่ๆ

และระหว่างการดูซีรีส์เรื่องนี้เรายังอาจได้ไอเดียอะไรบางอย่างด้วย เช่นเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์ล้ำๆ หรือจะเพลงประกอบที่บอกเลยว่าคนสร้างนี่คัดมาแล้วอย่างดี เพราะเราแอบไปดูเบื้องหลังในเน็ตฟลิกมาแล้ว และพบว่า โอ้โห เขาคิดมาเยอะมากจริงๆ ในการจะเลือกเพลงประกอบสักเพลง

เรื่องต่อไปปป คือ the blind side

    ตอนแรกเห็นเรื่องนี้ค่อนข้างมีชื่อพอควรเลย ก็เลยอยากจะลองดูว่าหนังจะไปทิศทางไหน เพราะดูจากตัวอย่างแล้วรู้สีกได้เลยว่า หนังเรื่องนี้มีดีแน่นอน

บิ๊กไมค์ (Quinton Aaron) เด็กตัวใหญ่ล่ำบึ้กได้ถูกฝากเข้าเรียนที่โรงเรียนคริส เนื่องจากโค้ชของโรงเรียนเห็นว่ามีร่างกายที่ใหญ่ น่าจับมาเล่นกีฬา แต่ปัญหาคือ ตัวเค้านั้นเรียนไม่เก่งเลย เกรดนี้ไม่ถึง 1.00 ด้วยซ้ำ แถมทางบ้านก็มีปัญหาอีก บางคืนต้องไปนอนที่สนามบาส แต่คืนนั้น ดีแอน (Sandra Bullock) บังเอิญเห็นบิ๊กไมค์ จึงได้ชวนมานอนที่บ้าน แล้วเหมือนกับว่าดีแอนเห็นอะไรบางอย่างในตัวบิ๊กไมค์ จึงได้ทำการช่วยเหลือบิ๊กไมค์ทั้งด้านการเรียน การกีฬา หรือทุกๆอย่างให้ดีที่สุด
การดำเนินเรื่องของหนังนั้นไม่ได้น่าเบื่อเลย จัดว่าเกินคาดนะ สำหรับหนังเรื่องนี้ ผมชอบตรงที่หนังมันค่อยเล่าถึงความสัมพันธ์ของครอบครัวทูฮีแบบไม่เร่งรีบมาก แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป จากตอนแรกเลยที่ตัวบิ๊กไมค์มานอนคืนแรก ทุกคนในบ้านก็กลัวว่าจะเป็นอะไรไหม จะขโมยของหรือป่าว จนเมื่อเริ่มรู้นิสัยของบิ๊กไมค์จริงๆก็เริ่มที่จะคุยกันมากขึ้น ทุกคนเริ่มสนใจกันมากขึ้น มันทำให้ผมแบบ ชอบตรงนี้มาก

สรุปแล้วถ้าอยากหาหนังแนวครอบครัว หรือว่าสามารถดูกันได้ทั้งครอบครัว เราว่าเรื่องนี้ก็ไม่ควรพลาดอย่างแรงเลยจ้าาา

      โอเคเป็นไงทุกคนเรื่องที่เราชอบที่มาและความหมายที่เราชอบก็จะประมาณนี้น้าาาาบอกเลยห้ามพลาดคือดื้อทุกเรื่อง....และวันนี้เราของขอบคุณนะคะ

0 Like(s)

VIEW 25