Register Member   |      Login

หน้าแรก > “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของ 3 รีสอร์ทรักษ์โลกในเอเชีย

Image

“เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของ 3 รีสอร์ทรักษ์โลกในเอเชีย

by Japann 19/10/2020

“เอส โฮเทล แอนด์​ รีสอร์ท” ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของ 3 รีสอร์ทรักษ์โลกในเอเชีย


“สันติบุรี เกาะสมุย” ลงนามปฏิญญายูเนสโกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (UNESCO Sustainable Tourism Pledge) งดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวถาวร ในขณะที่ “พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท” และ “ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์” คว้ารางวัลจาก Condé Nast Traveler

พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท ติดอันดับ 6 ใน 20 รีสอร์ทยอดนิยมในประเทศไทย จาก Condé Nast Traveler Readers ’Choice Awards ประจำปี 2563


กรุงเทพฯ ประเทศไทย วันที่ 19 ตุลาคม 2563 – บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels & Resorts Public Company Limited: SHR) บริษัทในเครือของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมและลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ฉลองก้าวสำคัญกับ 3 รีสอร์ทหรูในเอเชียที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยรีสอร์ท 2 แห่งได้รางวัลระดับนานาชาติ และอีกหนึ่งลงนามปฏิญญาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกับยูเนสโก


“เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” ประกาศความภาคภูมิใจครั้งสำคัญ กับรีสอร์ท 2 แห่งในเครือ ได้รับการยกย่องจากรางวัล Condé Nast Traveler Readers ’Choice Awards ประจำปี 2563 ได้แก่ “พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท” (Phi Phi Island Village Beach Resort) รีสอร์ทริมทะเลบนเกาะพีพี ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นรีสอร์ทที่ดีที่สุดอันดับที่ 6 ในประเทศไทย ขณะที่ “ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์” (Hard Rock Hotel Maldives) รีสอร์ทระดับ 5 ดาวบนเกาะมัลดีฟส์ ได้รับการโหวตให้เป็นรีสอร์ทที่ดีที่สุดอันดับที่ 23 ในมหาสมุทรอินเดีย โดยรางวัล Condé Nast Traveler Readers ’Choice Awards เป็นรางวัลที่จัดขึ้นมายาวนานและมีชื่อเสียงที่สุดรางวัลหนึ่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ได้รับการโหวตจากผู้อ่าน Condé Nast Traveler มากกว่า 715,000 คน

ผู้อ่าน Condé Nast Traveller เลือก “ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์” ให้เป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในคาบมหาสมุทรอินเดียที่ชื่นชอบมากที่สุด


ด้าน “สันติบุรี เกาะสมุย” (Santiburi Koh Samui) รีสอร์ทระดับไฮเอนด์บนเกาะสมุย ได้เดินหน้าการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการลงนามปฏิญญาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของยูเนสโก (UNESCO Sustainable Tourism Pledge) ซึ่งโครงการนี้ทางโรงแรมร่วมมือกับ Expedia Group และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อร่วมพันธกิจระดับโลกในการกำจัดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง รวมถึงส่งเสริมการเดินทางที่มีผลกระทบต่ำ นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น


นับเป็นความภูมิใจของ “สันติบุรี เกาะสมุย” ที่ได้กลายเป็นรีสอร์ทปลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวอย่างเต็มตัว เช่นเดียวกับโรงแรมและรีสอร์ทอีกหลายแห่งของ “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” ซึ่งรวมถึง ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์, พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท, และ ทราย ลากูน มัลดีฟส์ (SAii Lagoon Maldives) โดยสันติบุรี เกาะสมุยได้งดใช้ขวดพลาสติก 100% และเริ่มใช้ขวดแก้วบรรจุน้ำดื่มของตัวเอง โดยมีจุดบริการเติมน้ำที่ได้มาตรฐานและถูกสุขอนามัย สำหรับพนักงาน แขกผู้เข้าพัก และยังเผื่อแผ่สำหรับชาวบ้านใกล้เคียง นอกจากนั้นยังใช้หลอดที่ทำจากไม้ไผ่หรือตะไคร้ และมีการทำความสะอาดชายฝั่งทุกวันเพื่อกำจัดขยะพลาสติกที่อาจซัดขึ้นฝั่ง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่กลับสู่ทะเลอีกด้วย ซึ่งการลงนามปฏิญญากับยูเนสโกครั้งนี้ จะส่งผลให้ “สันติบุรี เกาะสมุย” เติบโตอย่างยั่งยืน

สันติบุรี เกาะสมุย ตั้งอยู่บนพื้นที่รายล้อมด้วยธรรมชาติกว่า 23 เอเคอร์ เสมือนดั่งสวรรค์แห่งการพักผ่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


รีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนเกาะทั้ง 3 แห่งนี้ มีความงดงามและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็น “พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท” รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านชาวประมง ครอบคลุมพื้นที่ 70 เอเคอร์ ที่มีหาดทรายขาวทอดยาว 800 เมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมที่หลากหลาย รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre) ด้าน “ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์” ได้รับการออกแบบตามหลักการด้านสิ่งแวดล้อมทุกตารางนิ้ว ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (CROSSROADS Maldives) จุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดแห่งแรกในมัลดีฟส์ นอกจากนั้น ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ ยังทำงานร่วมกับพื้นที่อนุรักษ์หลายแห่ง และดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ทางทะเลที่ยั่งยืน และ “สันติบุรี เกาะสมุย” รีสอร์ท 5 ดาวที่ตั้งอยู่ริมหาดแม่น้ำ ด้วยหาดส่วนตัวยาว 300 เมตร บนพื้นที่กว่า 23 เอเคอร์ ให้ผู้เข้าพักได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมยามว่างที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้มุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) กับรีสอร์ทั้ง 3 แห่งมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกแขนง ตั้งแต่การจัดการขยะ การอนุรักษ์น้ำ ไปจนถึงการปลูกป่า การรีไซเคิล และโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดย “สันติบุรี เกาะสมุย” ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการว่า เป็นรีสอร์ทที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (carbon neutral) ในปี 2019 และ “พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท” ได้รับใบรับรองการชดเชยคาร์บอน (carbon offset certificate) ในปี 2020


เดิร์ก อังเดร ลีน่า คุยเบอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมของรีสอร์ททั้งสามแห่งของเรา สำหรับ “สันติบุรี เกาะสมุย” การทำงานด้วยความรักษ์โลกถือเป็นหัวใจสำคัญของรีสอร์ท ดังนั้น การได้ลงนามปฏิญญาเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกับองค์กรระดับโลกอย่างยูเนสโก จึงเป็นความภาคภูมิใจของเราอย่างมาก ในส่วนของแขกที่เข้าพักที่ “พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท” และ “ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์” ยังชื่นชมที่เราให้ความสำคัญกับประสบการณ์การพักผ่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้รีสอร์ททั้งสองแห่งได้รับรางวัลอันทรงเกียรติระดับนานาชาติจาก Condé Nast Traveler ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ช่วยกันทำให้สิ่งดี ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้”


ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (S Hotels & Resort: SHR) ได้ที่ www.shotelsresorts.com/sustainability และติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, Instagram หรือ LinkedIn


เกี่ยวกับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (S Hotels & Resort: SHR)


บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels and Resorts Public Company Limited: SHR) บริษัทในเครือของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมและลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงบันดาลใจจากความเป็นไทย บวกรวมกับผลงานระดับนานาชาติที่กว้างขวางและได้มาตรฐานระดับโลก รวมถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารและการลงทุนของโรงแรมและรีสอร์ทคุณภาพสูงในจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ต้องการทั่วโลก SHR ได้สร้างคอลเลกชันของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นของตัวเอง ในขณะที่ยังเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ ของอุตสาหกรรมการบริการ โดยมีเป้าหมายที่จะกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการพักผ่อนและการใช้ชีวิต ผ่านแพลตฟอร์มธุรกิจที่หลากหลาย และสร้างมูลค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย บนพื้นฐานของปรัชญาการพัฒนาที่ยั่งยืนและส่งมอบผลประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น ค้นพบข้อมูลเพิ่มได้ที่ www.shotelsresorts.com หรือติดตามเราบน Facebook, Instagram, YouTube, LinkedIn

0 Like(s)

VIEW 103