Register Member   |      Login

หน้าแรก > หลวงพระบาง...ไม่เลือนลางตามกาลเวลา

Image

หลวงพระบาง...ไม่เลือนลางตามกาลเวลา

by Supasan Seadpattarachai 03/10/2019

 หลวงพระบางเมืองมรดกตกทอดของโลกที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ร้อยปีแต่เสน่ห์ของความงดงามยังคงอยู่ทั้งวัดวาอาราม ตึกรามบ้านช่องรวมไปถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ยังคงใช้ชีวิตไม่ต่างจากเดิมสักเท่าไหร่แม้ปัจจุบันความเจริญจะแทรกตัวเข้ามาบ้างก็ตาม สังเกตุได้จากโรงแรมและร้านค่าเฟ่ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดแต่ชาวหลวงพระบางก็สามารถปรับตัวอยู่กับปัจจุบันได้เป็นอย่างดีในแบบที่ไม่ลืมรากฐานของตนเองอีกด้วย จึงไม่แปลกที่คนทั่วโลกมักเลือกเดินทางมาทักทายเมืองหลวงพระบางอย่างไม่ขาดสายเพราะที่นี่ควรค่าแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

           เพราะเหตุนี้แหละครับจึงทำให้ผมตัดสินใจพาแม่พาแฟนมายังหลวงพระบาง

 

 

ก่อนจะบรรยายความน่าอยู่ขอเล่าเรื่องข้อควรรู้ของหลวงพระบางกันซักนิด

                                                      เรื่องรถ

   ต้องบอกก่อนว่ามาหลวงพระบางแสนจะสบายคุณไม่ต้องวางแพลนอะไรมากมายเพราะไม่ว่าจะไปทางไหนจะมีคนเข้ามาถามคุณเอง มาถึงสนามบินแค่เปลี่ยนซิมการ์ดกับแลกเงิน ยิ่งเรื่องรถนี่หายห่วงอยู่ที่นี่คุณจะเป็นยิ่งกว่า celebrity ที่มีปาปารัสซี่ในคราบของคนขับรถเข้ามาหาคุณในทุกที่ๆเดินผ่าน แค่ขับรถผ่านหากเผลอไปสบตาก็จะโดนเข้ามาชักชวนไปนู่นนี่นั่นอยู่ตลอด ที่พูดมาทั้งหมดมันไม่ได้แย่นะครับถึงแม้จะมีคนมาชวนอยู่เป็นระยะแต่เขาก็ไม่ได้ก่อกวนให้เรารู้สึกไม่สบายใจแค่เราปฏิเสธเขาก็ไม่ตื้ออะไรแล้ว หากมองในแง่ดีมันก็ไม่ต้องไปเหนื่อยจองอะไร ยิ่งมีให้เลือกเยอะเราก็ยิ่งคุยเรื่องราคาได้เยอะเพราะเขาเองก็ต้องการลูกค้ากันทั้งนั้นหลายคนก็จะบอกโปรโมชั่นของตัวเองว่า “ ถูกกว่านะ ไปไหม ราคานี้ไม่มีนะ ” ซึ่งเอาจริงๆมันก็ราคานี้เท่ากันนั่นแหละไม่ได้ต่างอะไรมากมายอยู่ที่ความพอใจของนักท่องเที่ยวมากกว่าว่าจะเลือกแบบไหน เพราะฉะนั้นเรื่องรถหายห่วงได้เลยหากคุณถูกใจใครจะจองไปไหนมาไหนหรือไปส่งยังสนามบินก็ได้แล้วแต่ความสะดวกเพราะรถรับส่งแบบนี้มีเกลื่อนใช้คำว่ามากเลยแหละทั้ง แบบรถตู้ แบบตุ๊กๆ และแบบสองแถว

                                                    เรื่องเงิน

      เด็กๆผมมักได้ยินผู้ใหญ่บอกแลกเงินลาวทีรวยมากเลยมีเงินเป็นล้านด้วยความเป็นเด็กก็คิดว่าโห่อยากไปเที่ยวลาวจังคงจะมีเงินเยอะน่าดู ผมเชื่อว่ายังมีคนคิดแบบนี้อยู่นะ หารู้ไม่ว่าแลกเงินมาเป็นล้านแต่จ่ายค่าข้าวทีก็มื้อละ เป็น 100,000 ฮ่าๆ ต้องบอกว่าค่าเงินลาวขึ้นๆลงๆอยู่ตลอด อย่างครั้งที่ผมไป 1 บาท = 295 กีบ คิดง่ายๆอย่างอาหารเนี่ยส่วนมากมาก 20,000 กีบขึ้นไป ก็เอา 20,000 กีบมาหาร 295 มันจะได้เป็นค่าเงินบาท และที่สำคัญไปไหนมาไหนเสียเงินแทบจะทุกอย่างเข้านี่ก็เสีย แค่เดินข้ามสะพานไม้ยังต้องเสียเลย ซึ่งส่วนมากค่าเข้าสถานที่ต่างๆก็จะเริ่มที่ 20,000 กีบขึ้นไปจะมีก็แต่พระราชวังหลวงพระบางที่เสียคนละ 30,000  กีบ เอาเป็นว่าหากมาเที่ยวคุณรับได้เรื่องที่ต้องจ่ายจุกจิกคุณก็จะเที่ยวได้อย่างสนุกแต่ถ้าคนที่ไม่อินกับสถานที่แบบนี้และต้องมาเสียเงินอีกก็ลองตัดสินใจดูเพราะผมได้ยินคนบ่นมาค่อนข้างเยอะว่า “ มาทำไม หลวงพระบางมีอะไร ข้าวของก็แพง ” หากให้มองในมุมนั้นก็ใช่ มันไม่ใช่สถานที่ๆสวยที่สุด ไม่มีอะไรแตกต่างกับในไทยมากนักแต่หากคุณเลือกที่จะมาแล้วผมเชื่อเหลือเกินว่าทุกสถานที่มีคุณค่าในตัวมันทั้งนั้น ผมคนนึงแหละครับที่โครตรักที่นี่เลยประทับใจตั้งแต่ก้าวขาลงจากรถ มันดียังไงเดี๋ยวมาเล่าให้ฟัง

                                                เรื่องที่พัก

        คงเป็นเรื่องที่ประทับใจที่สุดแล้วหล่ะครับสำหรับที่พักหลวงพระบางมีที่พักมากมายหลายราคาแถมข้างหน้าติดแม่น้ำโขงข้างหลังติดแม่น้ำคานคือเอาง่ายที่พักที่โครตถูกยังอยู่ติดกับวิวแม่น้ำเลย คือจะถูกจะแพงอยู่ที่ความชอบอย่างผมนี่เลือกถูกไว้ก่อนเลยเพราะเน้นเที่ยวแต่มันก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ผมขอยกตัวอย่างที่พักถูกๆในแบบของผมก่อนและกัน

ผมพักที่ mekhong sunset guesthouse ที่พักราคาถูก ที่มีเจ้าของเป็นคนจีนและไม่พูดภาษาอังกฤษแต่ที่พักติดวิวแม่น้ำโขงเป็นเหมือนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว พร้อมราคาประทับใจ 3 คืน ประมาน 1,700 บาท ตกคืนละ 500 กว่าบาท มันตรงจริตของผมมากๆเจ้าของน่ารักไม่จุกจิก ใจดีขออะไรก็ให้ซึ่งส่วนตัวประทับใจมาก ๆ ข้อดีคือความเป็นกันเองและราคาที่ถูกแถมติดกับวิวแม่น้ำไม่ต่างกับโรงแรมแพงๆแต่ความสะดวกสะบายหรือการบริการคงสู้โรงแรมแพงๆไม่ได้ ไม่มีอาหารเช้าให้ ไม่มีคนมาทำความสะอาดที่พักให้ระหว่างเราไม่อยู่ ไม่ได้มีรถรับส่งไปสนามบิน มันอาจจะไม่ถูกใจใครบางคนแต่สำหรับนักแรมทางอย่างผมมันเพียงพอมากแล้วแม้จะไม่มีอาหารเช้าให้แต่ถัดไปแค่ไม่กี่ 100เมตร ด้านข้างก็ร้านกาแฟประชานิยมร้านชื่อดังหลวงพระบาง ด้านหลังก็ร้าน joma bakery café ร้านคาเฟ่ที่ใครไม่แวะถือว่ามาไม่ถึงหลวงพระบาง เรื่องที่พักมันเป็นเรื่องความชอบส่วนตัวจริงๆการได้มานอนถูกหากเจอที่พักดีก็ถือว่าคุณโชคดีไป แต่ถ้าเลือกมาพักผ่อนอย่างจริงจังที่พักแพงๆก็คงจะปฏิเสธไม่ไม่ได้ว่ามันมีทั้งความเป็นส่วนตัว ความสะอาด และความสงบคุณจะได้สัมผัสการพักผ่อนอย่างแท้จริง

สุดแล้วแต่จะชอบผมแค่จะบอกว่าจะถูกจะแพงมันดีทั้งนั้นแหละครับถ้าคุณพอใจ จะหันไปทางซ้ายหรือขวามันคือความงดงามที่หาไม่ได้อีกแล้วจะมีที่ไหนนอนเห็นวิวดีๆส่วนตัวแบบนี้โดยไม่แบ่งแยกราคา ถูกแพงวิวเดียวกันหมดแต่คุณค่าความสุขอยู่ที่ตัวคุณเลือกเอง…

                                                  เรื่องอาหาร

ใช้คำว่าพอได้สำหรับอาหาร นอกจากราคาที่ค่อนข้างแพงแล้วรสชาติอาจไม่ค่อยตรงจริตผมเท่าไหร่ค่อนข้างไปทางติดเค็ม จะมีก็แต่ร้านส้มตำป้าติ๋มที่ผมยกให้ว่าถูกปากผมที่สุด ไปกินมา 2 มื้อเลยทีเดียว ทริปนี้ผม แม่และแฟนตั้งใจเลยว่าจะกินกันให้ยับ ร้านไหนว่าดีไปลองหมด จากประสบการณ์ที่ลองมาหลายร้านรู้สึกว่าเฉยๆมีโอเครบ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นติดใจ ยกตัวอย่างเรื่อง น้ำจิ้ม ปกติแล้วอยู่ไทยการกินอะไรและจิ้มมันเป็นของคู่คนไทยยิ่งจิ้มยิ่งอร่อยแต่น้ำจิ้มที่นี่แปลกไปจากที่เคยลอง รู้สึกว่ายังไม่กลมกล่อมเท่าที่ไทยและอาหารบางอย่างควรจิ้มกลับไม่มีน้ำจิ้มมันเลยทำให้การกินนั้นไม่สุดแต่ก็ถือว่าไม่แย่ หรือไม่แน่อาจเป็นเพราะชินกับอาหารไทยมากกว่าก็ได้555

 

มาพูดถึงเสน่ห์ของหลวงพระบางกันบ้างหลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆไม่ใหญ่เที่ยววันเดียวก็ครบในตัวเมืองจะเดินหรือปั่นจักรายานก็ได้ฟิลดีเหมือนกัน สิ่งที่ผูกมัดใจผมเข้าอย่างจังคงเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามและรอยยิ้มของผู้คนที่ส่งยิ้มให้กันตลอด อีกทั้งยังมีร้านกาแฟที่ขาดไม่ได้ หลวงพระบางมีร้านกาแฟให้เลือกเยอะผมไปทุกร้านที่เขาว่าดีลองนึกภาพตามดูครับว่า นั่งทานกาแฟคู่กับครัวซองมองวิถีชีวิตที่เคลื่อนผ่านค่อยๆปล่อยตัวปล่อยใจให้ไปตามความเนิบช้ามันโครตรู้สึกดี เหมือนได้ชาร์ตแบตให้ตัวเองอย่างไงอย่างงั้น จิบกาแฟเสร็จเดินชมวิถีชีวิตก็ดีแบบไม่น้อยหน้า สถานที่เที่ยวไม่เยอะแต่ได้คุณภาพ วัดที่สวยงามเป็นเหมือนสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ น้ำตกที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องประทับใจเมื่อมาสัมผัสเองกับตา ตึกราที่เป็นภาพจำและชวนให้ต้องหลงใหล และที่เป็นไฮไลท์หลักของหลวงพระบางคงเป็น แม่น้ำโขง กับ แม่น้ำคาน แม่น้ำ 2 สายที่ หล่อเลี้ยงคนหลวงพระบางมาตั้งแต่อดีตหากขาดไปคงไม่ใช่หลวงพระบางจนทุกวันนี้

ผมไม่รู้จะบรรยายยังไงให้ได้ความรู้สึกเอาเป็นว่าไปดูรูปกันยาวๆๆเลยดีกว่า

วันที่ 1 

ผมไปถึงก็เย็นพอดีเลยแวะขึ้นไปชมวิวที่วัดพระธาตุพูสีและเดินเล่นที่ตลาดมืดชิลๆไปก่อนสำหรับวันแรก

 

วันที่ 2 

ตื่นแต่เช้ามาตักบาตรข้าวเหนียวและเที่ยวรอบๆเมือง สำหรับวันนี้เสพความสงบอยู่กับวัดและสถาปัตยกรรมที่สวยงามทั้งวัน

วันที่ 3

ตื่นแต่เช้าชมวิถีชีวิตนั่งค่าเฟ่ชื่อดังและเที่ยวน้ำตกตาดกวางสีตกเย็นนอนชมวิวดีที่ utopia

วันที่ 4

แวะกินกาแฟบ้านวันแสนและถ่ายรูปเล่นก่อนกลับไทย

                                 ความประทับใจก่อนจากและอยากเล่า

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นประทับใจตั้งแต่ก้าวขาลงจากรถ เพราะผมมาถึงในตอนเย็นอากาศกำลังดี ตึกเรือนมีเอกลักษณ์มันทำให้ผมรู้สึกกระชุ่มกระชวย มาวันแรกก็เจอเรื่องประทับใจรถที่พาผมมาส่งยังที่พักดันส่งผิดเพราะชื่อที่พักเหมือนกันต่างกันแค่คำหลัง ผมจะมาพัก mekong sunset guesthouse แต่รถดันมาส่งที่ mekong sunset view hotel อยู่ห่างกัน 2 กิโลเมตร ผมเองก็ไม่ทันได้ดูและจุดพีคก็คือพนักงานก็มาต้อนรับอย่างดีเอาน้ำเอาท่ามาเสิร์ฟผมก็เปิดน้ำในตู้เย็นกินอย่างเต็มที่กำลังสบายใจ สักพักพนักงานบอกไม่ใช่ที่นี่ ผมแทบทรุดเลยขอโทษไม่รู้จะขอโทษยังไงและกินน้ำกินผลไม้เขาเต็มที่เลย แต่น้องพนักงานก็น่ารักมากไม่ว่าสักคำแถมไม่คิดตังค่าน้ำที่ผมเปิดกินอีกต่างหาก เป็นการทักทายจากหลวงพระบางที่ผมจะไม่ลืม และที่ประทับใจกว่านั้นคือทุกครั้งที่ปั่นจักรยานผ่านน้องคนนี้จะทักทายให้ตลอดว่า “สะบายดี” ผมยิ้มให้ทันทีพร้อมกล่าวคำว่า “สะบายดี”เช่นกัน

       เมืองที่กาลเวลาไม่สามรถทำอะไรได้ไม่ว่าจะอีก 100 ปี ข้างหน้าก็ไม่มีวันเลือนลาง

ฝากติดตาม facebook fanpage เที่ยวเอาใจ ด้วยครับ https://www.facebook.com/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88-237445880347539/?ref=bookmarks

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

0 Like(s)

VIEW 850