Register Member   |      Login

หน้าแรก > บาหลี 5 วัน 4 คืน กับมนต์เสน่ห์ที่อยากให้ลองไปสัมผัส

Image

บาหลี 5 วัน 4 คืน กับมนต์เสน่ห์ที่อยากให้ลองไปสัมผัส

by Supasan Seadpattarachai 03/10/2019

      ผมเชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงเป็นเหมือนกันเมื่อรู้ว่าจะไปเที่ยวที่สวย ๆ คงต้องเตรียมชุดหรือไม่ก็พร๊อพแน่นอย่างแน่นอน ทริปนี้จึงเป็นหนึ่งทริปที่เอาใจผู้หญิงอย่างแท้จริง หากจะให้ผมเล่าถึงความงามของบาหลีผมว่าทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่ามันสวยขนาดไหนเชื่อว่ายังไงก็ต้องผ่านตากันมาบ้าง ผมคงไม่ต้องอธิบายมากจนเกินไป แต่จะขอให้ทุกคนร่วมเดินทางไปสัมผัสความงามและเสน่ห์ของบาหลีพร้อมๆกับพวกเราครับ

ก่อนจะเข้าเรื่องผมอยากจะบอกเรื่องการจองรถเที่ยวที่นี่สักหน่อย

ต้องบอกก่อนว่าเที่ยวบาหลีต้องเช่ารถนะครับ

- ค่ารถต่อวันตกประมาณ 750,000 IDR อาจถูกหรือแพงกว่านี้แล้วแต่คนและระยะทางที่แพลนไว้ ( หากหารกันหลายคนจะถูกมาก )

- ที่เที่ยวในบาหลีแต่ละที่ค่อนข้างไกล หากวางแผนเองควรวางตารางดี ๆ หรือให้คนขับแนะนำก็ได้ หลังจากวางแพลนเที่ยวเรียบร้อย ก็ส่งข้อความบอกคนขับว่าต้องการไปที่ไหนบ้าง ถึงหน้างานจริง ๆ เปลี่ยนแพลนได้ ต้องการไปไหนทำอะไรเปลี่ยนได้หมด คนที่นี่เฟรนลี่มากเป็นกันเองสิ่งนี้แหละที่ผมประทับใจ

- ค่าเงินอินโด 1 บาท เท่ากับ 430 IDR ( แล้วแต่ rate )

- ค่าครองชีพ ก็คล้าย ๆ สถานที่ท่องเที่ยวบ้านเราแพงกว่าเดิมนิดหน่อย ส่วนอาหารปกติเริ่มต้น 50,000 IDR / เมนู แต่อาหาร fast food บางที่ก็ถูกมากตกประมาณ 25,000-40,000 IDR หรือถ้าถูกกว่านี้กว่าอาหาร local ข้างทาง

 ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะอยู่ตอนท้ายนะครับ

เราใช้เวลา 4-5 ชม. บินตรงจากดอนเมืองมาบาหลี เราถึงบาหลี 19.00 น. โดยเวลาที่บาหลีเร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมง หลังจากถึงสนามบินก็มี 1 สาวสวย และ 1 สาวหล่อ(พี่ผมเอง) มารอรับที่สนามบินเนื่องจาก 2 คนนี้ไปเที่ยวกันมาก่อนแล้ว หลังจากเจอกันก็คุยกันเรื่องการเตรียมตัวเดินทางสู่บาหลีอย่างจริงจัง ทำให้ผมเองตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย หลังจากพูดคุยและเปลี่ยนซิมการ์ดเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าไปทานข้าวและเข้าที่พักนอนเอาแรงเพื่อเริ่มเดินทางในวันพรุ่งนี้

4.00 น.  เสียงนาฬิกาดังขึ้น ผมลุกขึ้นมาด้วยความงัวเงียพร้อมกับปลุกสาวข้างกาย(แฟนผมเอง) ให้ลุกไปอาบน้ำ เหตุที่ต้องปลุกก่อนเพราะแฟนผมเป็นคนที่ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวนานมาก โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมต้องตื่นเช้ากว่าทุกคนในทริปเพื่อให้เสร็จทันเวลาตามแพลนและไม่ทำให้ทุกคนรอ หลังจากเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็ออกมาถ่ายรูปเล่นหน้าที่พักเป็นเช้าที่ผมได้เห็นวิวบาหลีเป็นครั้งแรกอาการตื่นเต้นก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง ถ่ายรูปเล่นได้สัก 20 นาทีก็ต้องเดินทางต่อ โดยที่แรกที่เราจะไปคือ pura luhur lempuyang  เป็นวัดที่ใครไปบาหลีไม่แวะคือไปไม่ถึง เส้นทางจากที่พักไปวัดใช้เวลาประมาน 2 ชั่วโมงกว่าๆ เส้นทางค่อนข้างขับลำบาก หากใครเช่ารถขับเองก็ควรระมัดระวังด้วยนะครับ

เรามาถึงวัดประมาณ 11 โมงครึ่ง ก่อนเข้าไปเราต้องเสียค่าเช่าโสร่งคนละ 10,000 IDR โดยจุดหมายของเราที่ต้องการคือ “Heaven Gate” หรือประตูสวรรค์นั่นเอง มุมยอดฮิตที่ทุกคนต้องไปถ่ายยืนโพสท่าสวยๆมีวิวภูเขาไฟเป็น Background พร้อมกับเงาสะท้อนที่ทำให้ภาพนี้ออกมาราวกับอยู่บนสวรรค์ แต่ใครล่ะจะรู้ว่ากว่าจะได้ภาพนี้มามันทำให้ผมมองบาหลีติดลบไปชั่วขณะ เพราะทุกคนรอถ่ายภาพนี้ 2 ขั่วโมง แลกกับภาพใบเดียวผมเองไม่ค่อยจะอินกับเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่แพลนวันแรกที่วางมาก็ล่มหมดเพราะมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ แต่ก็นะมาแล้วหากไม่มีรูปนี้กลับไปนี้ก็คงเหมือนมาไม่ถึง

นี่คือแถวที่รอภาพไฮไลท์

และนี่คือภาพที่รอ 2 ชั่วโมง

หลักจากได้รูปเสร็จเราก็รีบวิ่งกันไปที่รถเพื่อจะได้ไปทันที่พักที่จองไว้ ยอมตัดที่เที่ยวทั้งหมดทิ้งไปเพราะเราจะไปนั่ง giant swing ให้ทันแสงเย็น เนื่องจากที่ต้องตัดที่เที่ยวอื่นออกไปเพราะที่พักที่เรากำลังจะไปนั้นมันแพงมากซึ่งความเห็นของคนในกลุ่มก็อยากจะมีเวลาไปถ่ายภาพและอยู่กับมันนาน ๆ ให้คุ้มกับที่เสียเงินมาแล้ว555

ชื่อที่พักของเราคือ Zen hideaway ที่นี่เป็น dream list ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลยก็ว่าได้มีชิงช้าที่ดังสุดในบาหลี อีกทั้งยังเป็น dream destination ของเหล่าสาวๆอีกด้วย

สิ่งแรกที่เห็นคือสาวๆต่างตื่นเต้น มาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงเปลี่ยนชุดกันอย่างรีบร้อน หน้าเยิ้มช่างมันชุดสวยไว้ก่อน ต่างคนต่างเรียงคิวกันมาถ่ายภาพบน giant swing ที่เป็นเหมือน unseen ของบาหลี และตอนนี้มันก็ไปไกลถึงที่ไทยเรียบร้อย นั่งชิงช้าแบบนี้ไม่ต้องไปให้ไกลหรอกภูเก็ตก็มี555 แต่ก็นะที่นี่มัน original ยังไงก็ฟินกว่า

4.00 น. เสียงนาฬิกาดังขึ้นเวลาเดิม เพิ่มเติมคือความง่วงทวีคูณ เลยลุกไปอาบน้ำให้ชื่นใจทำอะไรเสร็จก็พระอาทิตย์ขึ้นพอดี เห็นว่าแสงกำลังสวยเลยบรรเลงถ่ายภาพตามอารมณ์ของผมอีกเช่นเคย แต่อยู่ ๆ ก็แอบได้ยินเสียงคนลากเตียงหรืออะไรสักอย่างพร้อมเสียงหัวเราะแว่วๆ ผมเลยลองขึ้นไปดู ปรากฏว่า สาวๆกำลังช่วยกันลากเตียงลงมายังหน้าระเบียงที่มองเห็นวิวของที่พักอย่างสวยงาม หลังจากนั้นบรรดาสาวๆก็เรียกผมไปถ่ายภาพตามสไตล์ladies บ้างก็แกล้งเผลอ บ้างก็แกล้งตื่นนอน และใช้ skill การปลดเสื้อออกให้ดูเหมือนนอนพึ่งตื่น เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นพลังความสร้างสรรค์ของเหล่าบรรดาสาวๆทั้งหลาย ณ เวลานั้นผมลั่นชัตเตอร์ไม่พักถ่ายจนกว่าคุณผู้หญิงจะพอใจ

หลังจากถ่ายจนพอใจแล้วพวกเราก็เตรียมตัวเก็บของไป Tegalalang rice terrace หรือ นาขั้นบันไดกันต่อ เราใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที พอมาถึงก็เสียค่าเข้าคนละ 10,000 IDR ระหว่างทางก่อนลงไปนาจะมีร้านอาหารให้นั่งติดวิวนาขั้นบันไดเป็น 10 ร้าน เรียกได้ว่าจะเข้าร้านไหนได้หมด เพราะสวยมากมองเห็นวิวทุกร้าน แต่ผมเลือกจะไปถ่ายภาพกันก่อน ที่นี่เป็นอีก 1 ที่ ที่ผมประทับใจด้วยวิวและบรรยากาศมองไปทางไหนก็เขียวชอุ่มไปทั่วหากใครมาบาหลีห้ามพลาดเด็ดขาด

สถานที่ต่อไปเราจะไปกันที่ Pura Ulun Danu Bratan เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบราตัน อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ต้องมาเยือนและต้องเสียค่าเข้าคนละ 50,000 IDR วัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากทำให้คนแห่มาที่แห่งนี้ค่อนข้างเยอะแถมพวกเรามาถึงกันตอนเที่ยงด้วยทั้งร้อนทั้งคนเยอะ แต่ก็ไม่สามารถทำลายพลังความต้องการของสาวๆได้เลย ไม่ว่าจะร้อนแค่ไหนก็ยังสามารถโพสท่าต่าง ๆ ให้ผมถ่ายได้อยู่เสมอ เราใช้เวลาอยู่ที่วัดประมาณ 30 นาที

หลังจากได้รูปเสร็จเราก็ไปกันต่อกับสถานที่ ๆ สาว ๆ ใฝ่ฝันนั่นคือ hidden hills wanagiri เป็นจุดชมวิวที่โครตสวย มีชิงช้า และรังนกเป็นพร๊อพประกอบฉากและแน่นอนครับที่แบบนี้มันดึงดูดบรรดาคุณผู้หญิงทั้งหลาย จึงทำให้ที่นี่ต้องเสียค่าเข้า 100,000 IDR ต่อคน แพงมากโครตแพงถ้าเป็นผู้ชายอย่างเราคงไม่เข้าไปแน่เพราะมันไม่มีอะไรเลยนอกจากพร๊อพที่สร้างขึ้นมาแต่แน่นอนวิวมันสวยมากและสาวๆทุกคนต้องการ ทันใดนั้นเหล่าสาวๆควักเงินออกมาคนละ 100,000 จ่ายแบบไม่ลังเลจะมีอยู่ 1 คนที่ตอนแรกจะไม่เข้าแต่ก็ทนความต้องการจากใจไม่ไหวเลยยินยอม

มุ่งหน้ากันต่อที่ keramas beach หรือหาดทรายดำ จากนี้จะใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง กว่าจะถึงความคึกคะนองของสาวๆได้หมดไปมองไปอีกทีหลับกลิ้งกันเป็นแถวถือว่าชาร์ตแบตเอาแรงก่อนไปลุยกันต่อ

ถึงแล้วหาดทรายดำมาถึงความคึกคักก็กลับมาอีกครั้งเหล่าสาวๆ เปลี่ยนชุดกันในรถอย่างไม่รอช้าบางคนลงทุนพกบิกินี่ติดตัวมาตลอดเหมือนกลัวจะไม่ได้ใช้ แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกดันส่งฝนลูกใหญ่ตกมาอย่างหนักทำให้ทุกคนเซ็งกันเป็นแถวรวมกระทั่งตัวผมเอง แต่ก็ยังไม่ถอดใจซะทีเดียว เลยเลือกไปกินข้าวในโรงแรมริมชายหาดเผื่อโชคดีฝนหยุดจะได้ถ่ายกันต่อ แต่แล้วก็เป็นอย่างที่คิดฝนค่อยๆเบาบางลง ผมคนนึงละที่วิ่งกรูลงไปก่อนเลยและถ่ายภาพอย่างเพลิดเพลิน เป็นอีกหนึ่งชายหาดที่ผมประทับใจอีกเช่นเคย หาดกว้างปราศจากผู้คนพร้อมกับคลื่นที่ขาวโพลนซัดคลุกเค้ากับทรายสีดำเป็นอะไรที่ลงตัวและมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ถ้ามีโอกาสผมจะกลับมาอีกแน่นอน

เช้าวันที่ 3 พวกเรานัดคนขับรถ 6.30 น. เพื่อจะนั่งเรือข้ามไปเกาะ nusa penida เป็นหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งผมรู้สึกตื่นเต้นกว่าทุก ๆ วัน ได้แต่มองจากรีวิวคนอื่นแต่อีกไม่กี่ ชม.เราจะได้ไปสัมผัสมันแล้ว

การจะข้ามเรือมาเที่ยวเราต้องจ่ายเงินให้คนขับรถและเขาจะไปจองเรือให้เรารวมทั้งติดต่อกับคนขับรถที่จะพาเราเที่ยวบนเกาะและรวมอาหารกลางวันอีกด้วย และที่สำคัญเรือมีรอบเดียวเพราะฉะนั้นเผื่อเวลากันด้วยนะครับ

เราใช้เวลานั่งเรือไปเกาะประมาณ 45 นาที หลังจากเจอคนขับรถและทักทายกันเรียบร้อยเราก็มุ่งหน้าไปที่แรกเลยคือ kelingking beach หรือหาด trex ที่มีรูปทรงเหมือนไดโนเสาร์ อีกหนึ่ง unseen ของบาหลี ตอบไม่ได้เลยว่าสวยแค่ไหน หน้าผาที่ตั้งชันตัดกับน้ำสีฟ้าและเสียงคลื่นที่ซัดกระทบกับชายหาดดังสนั่นราวกับเสียงคำรามของ trex มันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากกับการมาที่แห่งนี้

ที่ต่อไปอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันมาก อีก 1 สถานที่สำคัญของเกาะนั่นคือ angel’s billabong ที่เป็น lagoon เล็กๆระหว่างหินภูเขาไฟที่ถูกน้ำกัดเซาะจนเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติ สามารถลงไปเล่นหรือแช่ในนั้นได้นอกเสียจากวันไหนคลื่นลมแรงทางเกาะจะปักธงแดงห้ามนักท่องเที่ยวลงไป ผมเลยได้แต่ถ่ายรูปอยู่รอบ ๆ หากเดินไปทางด้านหลัง angel จะมีวิวที่ผมรู้สึกว๊าวมาก เป็นจุดที่คลื่นซัดกระทบกับหินเสียงดังฟังชัดถ่ายออกมามันเท่ชะมัดเลย อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ควรพาสาวข้างกายคุณมาเป็นอย่างยิ่ง

ที่ต่อไปเดินประมาณ 10 นาทีก็ถึงอีกหนึ่งสถานที่ๆเป็น top 3 ของเกาะยังไงก็ต้องมานั่นคือ broken beach สถานที่ ๆ ธรรมชาติสร้างสรรค์ออกมาได้งดงามเหลือเกิน หินที่ถูกกัดเซาะจนเป็นโพรงโดยมีแอ่งน้ำสีฟ้ามรกตอยู่ตรงกลางหากมองจากมุมนี้จะเหมือนเราเดินข้ามสะพาน มิดเดิลเอิร์ท อย่างไงอย่างงั้นเลย สุดมากครับวิวนี้

และก็มาถึงที่สุดท้ายของวันเนื่องจากเรามีเวลาเหลือเลยให้คนขับช่วยแนะนำ ทางคนขับเลยพาพวกเราไปนอนเล่นชิวๆริมหาด crystal bay ชายหาดเล็กๆบรรยากาศไม่ได้ต่างกับทะเลบ้านเรานักแต่ก็ถือว่าสวยใช้ได้ ผมและสาวๆเลยใช้เวลาถ่ายรูปเล่นกันอยู่ริมหาดเพื่อรอเวลาขึ้นเรือ

ลืมบอกไปว่าหากมาเกาะ nusa penida ใครเมารถเมาเรือควรพกยามาด้วยเพราะถนนบนเกาะแคบและขรุขระมากระหว่างทางที่ไปสั่นซะจบตับไตไหลมารวมกัน แต่ละที่ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนานหากใครไม่ชินรับรองได้อ๊วกแน่ครับ

วันสุดท้ายก่อนกลับไทย พวกเรามุ่งหน้าลงไปทางตอนใต้ของบาหลี จะไปชายหาดแห่ง divwedding และช่องเขาขาดอันเลื่องชื่อ เราใช้เวลาออกจากที่พักมา melasti beach ประมาณ 1 ชั่วโมง ต้องบอกก่อนว่าถ้าใครจะมาที่หาดนี้ต้องแสดงตัวตนว่าไม่ได้มาถ่าย divwedding เพราะเขาจะเก็บค่าเข้าสำหรับคู่รักที่จะมาถ่ายภาพกัน

Melasti เป็นหาดที่ค่อนข้างสงบไม่วุ่ยวายมีจุดชมวิวให้มองจากด้านบน มีถนนวิ่งตัดบนภูเขาหินถือได้ว่าเป็นถนนที่วิวสวยมากเลยทีเดียวและมีช่องเขาขาดที่มีเสน่ห์เป็นไฮไลท์ของ melasti beach

ที่ต่อไปใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเป็นสถานที่ ๆ ผมลิสต์เองและแนะนำทุกคนว่าให้มา นั่นคือ karang boma cliff โดยเสียค่าเข้าเป็นราคารถ คันละ 100,000 IDR และก็มาหารกันถือว่าไม่แพงและคุ้ม

karang boma cliff เป็นจุดชมวิวที่เป็นหน้าผาสูงมองเห็นทะเลได้สุดลูกหูลูกตามีหน้าผาที่แหลมยื่นออกมาเป็นพระเอกของที่นี่  มันสวยมากครับแต่ก็แอบเสียวอยู่เหมือนกันเพราะไม่มีอะไรกั้นเลยกว่าจะได้รูปมาก็ยืนเกร็งขาสั่นอยู่ครึ่งชั่วโมง หลังจากได้ภาพที่ต้องการแล้วพวกเราจะย้อนขึ้นไปนั่งคาเฟ่ชิค ๆ แถวสนามบินกันบ้าง

Motel maxicola เป็นร้านค่าเฟ่ที่กลางวันนั่งชิวกลางคืน hangout บรรยากาศที่นี่ได้กลิ่นอายความเป็นแม็กซิกันทั้งการตกแต่งและดนตรี มีเสน่ห์และโครตคูล ราคาแอบแรงอยู่เหมือนกันแต่สำหรับคนชอบ hangout หรือสายมาเช็คอิน ที่นี่ตอบโจทย์มากครับ ถ่ายภาพสวยบรรยากาศดีใครมาบาหลีอย่าลืมลิสต์ไว้ในแพลนด้วยล่ะ

ค่าเครื่อง 5,725/คน

ค่าอาหารประมาณ 4,500/คน

ค่าที่พัก

-cara cara inn คิดเป็นต่อคนแล้วแต่ rate ของห้องราคาจะแตกต่างกันไป ( ที่พักดีสะอาดอยู่ไม่ไกลสนามบินแนะนำให้มาครับ )

-zen hideaway ราคาแล้วแต่season ใครสนใจต้องจองล่วงหน้าหลายเดือนเพราะมีแค่ 2 หลัง แต่ละหลังก็มีหลายห้องแล้วแต่โซน ( โซนที่ผมจองมี 3 ห้องแต่จะมีแอร์แค่ห้องเดียวเพราะตอนจองทุกคนอาจคิดว่ามีแอร์ให้ทุกหลังพอไปจริงอาจจะผิดหวังกันได้สำหรับคนขี้ร้อนนะจึงขอบอกไว้ก่อนครับ หากมาเกิน 6 คนให้เราแจ้งทางที่พักไว้ก่อน ทางที่พักจะมีค่า additional charge เพิ่ม คนละ 20 USD )

-sunkissed เป็นที่พักแบบ pool villa เปิดมาได้ไม่นานและอยู่ใกล้สนามบิน search หาใน map อาจไม่เจอต้องให้ทางเจ้าของที่พักส่ง location ให้ ที่พักสะอาดและส่วนตัวหากมาเกิน 4 คนแนะนำเป็นอย่างยิ่ง

ค่ารถ ส่วนใหญ่จะคิดเป็นต่อวันและระยะทางที่ไป ส่วนมากจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 ถ้าไปหลายวันหารกันจะถูกมาก

ค่าเรือข้ามเกาะ+เที่ยวบนเกาะ ค่าเรือจะคิดเป็นต่อคน รวมทุกอย่างทั้งค่าคนขับรถบนเกาะและอาหารกลางวัน

งบทั้งหมดไม่รวมค่าเข้าแต่ละสถานที่นะครับ

ฝากติดตาม feacebookfanpage เที่ยวเอาใจ... ด้วยนะครับ https://www.facebook.com/เที่ยวเอาใจ-237445880347539/?ref=bookmarks

 

 

 

 

3 Like(s)

VIEW 5,439

นั่นเป็นสถานที่ที่น่ารัก

commented on : 14/08/2019 09:11:25

เกาะแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์มากมาย

commented on : 16/07/2019 11:31:16

น่ากลัว

commented on : 20/05/2019 09:56:25