Register Member   |      Login

หน้าแรก > HongKong 2019 with Alongwaygo

Image

HongKong 2019 with Alongwaygo

by Alongwaygo 21/06/2019

 

 เหนย์ โหว ผัง เหยา (สำเนียงจีน กวางตุ้ง ) 
ค่าทุกคน BT. (บีที) เองนะคะ
เราออกเดินทางกันอีกครั้งหลังจากไม่ได้ออกนอกประเทศมานานร่วม 4 ปี ทริปนี้ถือเป็นทริปเรียนจบโทค่ะ หลังจากเครียดมาเนิ่นนาน วันนี้เราเป็นไทแล้วนะทุกคน

.

ทริปนี้เราออกเดินทางกับมิ้วเพื่อนสนิทของเราเอง

มุ่งหน้าไปที่ ฮ่องกง ประเทศที่ผู้คนเปะ 'ที่สุดเลยเว้ยแก'.

เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าตรู่ของเช้าวันพุธที่ 9 มค. 62 ร่วมตี 3 ด้วยสายการบิน Hong Kong Airlines แบบ Full service การบินเป็นไปได้ด้วยดีค่า ห้องโดยสารขว้างขวาง คนไทยด้วยกันค่อนข้างเยอะนะ อุ่นใจกิกิ..

เรามาถึง Hongkong Airport กันตอนประมาณ ตี 5 กว่าๆร่วม 6 โมงได้

เข้าสู่บรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยแต่เรากลับพบเรื่องราวที่ทำให้เรารู้สึกยิ้มได้ก่อนเริ่มเดินทาง เราค้นพบว่าคนไทยเริ่มกล้าที่จะเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น แม้จะมีอะไรตะกุกตะกักบ้างแต่ก็ดีใจที่หลายๆคนกล้าออกมาท่องเที่ยวด้วยตัวเอง เพราะในระหว่างก่อนจะเข้าตม. ด้วยความที่เราคุยกับเพื่อนด้วยภาษาไทย พี่ๆกลุ่มนึงจึงเดินเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องใบกรอกตม. ว่าต้องเขียนแบบไหน เขียนยังไง เราก็ไม่ลังเลใจที่จะให้ความช่วยเหลือแนะนำ ซักพักระหว่างที่เราแนะนำพี่กลุ่มนั้นอยู่ ก็มีพี่ผู้ชาย 2 คน เดินมาถามวิธีการเขียนอีกเช่นกัน และพี่กลุ่มแรกก็แนะนำพี่ๆเขา มันเป็นภาพที่เรารู้สึกว่า คนไทยเนอะ ภาษาไทยได้ยินที่ไหนก็อุ่นใจ ความมีน้ำใจของคนไทยก็เช่นกัน ถือเป็นการเริ่มต้นของการท่องเที่ยวที่มีรอยยิ้มตั้งแต่ยังไม่เข้าตม.เลยหล่ะ :)

หลังจากเสร็จพิธีกรรมตรวจคนเข้าเมือง

เราก็เริ่มมุ่งหน้าขึ้น Bus เข้าเมืองกัน อ้ออย่าลืมซื้อบัตร Octopus (บัตรที่เป็นทุกอย่างไม่ว่าจะขึ้นรถไฟฟ้า ซื้อของ เติมเงินใส่ไว้ในบัตรได้เลย..อย่าเผลอทำหล่นหายหล่ะ รักษาเท่าชีวิตเลย)

เรานั่งBus เข้าเมืองกันด้วยรถ สาย 22  ระหว่างสองข้างทางคือสวยมาก ลืมไปเลยว่าเมืองนี้เป็นเกาะ

ด้วยความมาถึงเช้าเราเลยตัดสินใจว่าจะเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรงแรมแล้วเริ่มเที่ยวกัน

ในส่วนของโรงแรมของเราค่อนข้างไกลจากในตัวเมืองเล็กน้อย

เน้นนอนสบาย โรงแรมใหม่มากเชียวหล่ะ

Location : โรงแรม IW Hotel 

สำหรับแผนการท่องเที่ยวของเรา ฮ่องกงเป็นเมืองที่การคมนาคมสะดวกสบายมากๆ

ดังนั้นการท่องเที่ยวตามเส้นทาง MTR รถไฟฟ้าจึงเกือบครบทุกที่ในฮ่องกงเลยหล่ะ

_ขอเรียกมันว่า DAY 01_

หลังจากที่เราทำการฝากของไว้ที่โรงแรมแล้ว เราก็พร้อมออกเดินทางไปยังสถานที่แรก      Lok Wah South Estate Car Park ลานจอดรถอีก1 Land mark ที่ดูไม่โดดเด่น แต่พอถ่ายรูปออกมาแล้วต้องร้องว้าว..แค่ที่แรกก็กดชัตเตอร์ไปเกือบ100แล้ว

เราเขียนอธิบายวิธีการไปแบบค่อนข้างละเอียดเลย ตามรูปน้า :) 

เก็บภาพมากฝาก เราอยู่ถ่ายรูปอยู่ที่นี่ซักพักเงยหน้ามองเวลา..หูววเวลาเดินไวมาก

หลังจากที่เราไปถ่ายรูปที่ Car park ก็ลงมาต่อที่ MTR ไปลงสถานี Central กัน เพื่อไปนั่งรถรางขึ้นไปดูวิวฮ่องกงแบบ 360 องศาที่ The Peak ยิ่งสูงยิ่งหนาวจริงๆนะทุกคน ลมตีหน้าชากันเลยทีเดียว วันที่เราไปหมอกเยอะจนแทบมองฟ้าไม่เห็นเลย แต่ก็สวยสมกับที่ต้องต่อแถวรอขึ้นมาคนเป็นล้านเช่นกัน ถ้าได้ขึ้นช่วงแสง twilight ฟ้าเปิด น่าจะสวยมากๆเลยหล่ะ แต่ก็ต้องอดทนใจเย็นกับแถวมหาศาลเช่นกันเนอะ ยังไงจะไปก็วางแผนเผื่อการต่อคิวล่วงหน้าก็ดีเนอะ

ข้างบนลมแรงมากเลยนะทุกคน หน้าชาไปหมด ฮ่าา

มืดแล้วไปไหนดี? ยังไม่อยากกลับโรงแรมจะทำไงดี เวลายังเหลือเรามุ่งหน้าต่อกันไปที่นี่เลย 

Symphony of Lights เป็นการโชว์ไฟจากตึกสวยๆของฮ่องกง ตอนประมาณ ทุ่มกว่าๆ เนี่ยแหละ เรามายืนคอยจากลานจอดรถแถวย่าน Tsim Sha Tsui waterfront ซึ่งอยู่บริเวณด้านนอกของ Hong Kong Cultural Centre ซึ่งถือเป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมโชว์นี้ (ฝั่งเกาลูน) ได้ภาพสวยจริงๆ แต่ต้องมีขากล้องนะ ยกกล้องถ่าย ภาพจะสั่นไม่สวยเลย

พกขากล้องไปด้วยนะทุกคน

สวยและโรแมนติกมากๆเลยหล่ะ

จบลงแล้วค่า..กับDay01 วันนี้อากาศค่อยข้างหนาวเราเลยไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเหนียวตัวเลย

อยากให้กรุงเทพเป็นแบบนี้บ้างจัง...เข้านอนก่อนนะคะทุกคน พรุ่งนี้เราจะไปไหนกันต่อคอยติดตามกันนะคะ....

.

Day02 อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะทุกคน วันนี้เราตื่นแต่เช้าเผื่อเวลาออกเดินทางไปต่อคิวขึ้น กระเช้าเคเบิ้ล เพื่อไปดูวิวของเกาะลันเตา ดูความยิ่งใหญ่ของสนามบินฮ่องกงรวมถึงหมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง และยังขึ้นบรรไดเพื่อทดสอบความอดทนของร่างกายไปสักการะองค์พระพุทธรูปเทียนถานปางสมาธิกลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลกบนยอดเขา หอบเอาการเลยหล่ะแต่อากาศดีก็ทำให้ความเหนื่อยบรรเทา

ถึงแล้ว !! วิวบนกระเช้าสวยมาก อย่าลืมถ่ายภาพตามจุดไฮไลท์ตามที่แผนที่บอกด้วยนะคะ

หลังจากที่ขึ้นไปกราบสักการะองค์พระพุทธรูปเทียนถานปางสมาธิ หอบเอาการ เราก็มุ่งหน้าต่อไปที่ Disney Land แดนมหัศจรรย์กันเลยดีกว่าค่ะ

ณ จุดจุดนี้..เพลงพี่บอย ตรัย ต้องขึ้นแล้วหล่ะ

ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ไม่ว่านานเท่าไร
ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใสยังอยู่กับเรา
อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
ว่ากันว่า วัยเด็ก เป็นอะไรที่มีความสุขที่สุดแล้ว จริงมั้ย? โตช้ากว่านี้ได้ไหมน้อ ถ้าไม่ได้คงต้องย้อนไปหาความสุขนั้นกันที่ Disneyland resort กันแล้วหล่ะ มีเครื่องเล่นเยอะแยะแถมยังมีแรงบันดาลใจรอเราอยู่ที่นั่นอีกมากมาย รับรองได้รูปกลับมาอวดเพียบ
เครื่องเล่นก็ต้องเก็บให้ครบน้า.. แต่คนต่อคิวก็เยอะเหมือนกัน><'
อย่าลืม..อยู่ดูพาเหรดตอน 1 ทุ่มน้า.. รับรองคุณจะได้รับพลังความเป็นเด็กกลับไปแน่นอน
เพราะตอนพาเหรดผ่านหน้าเรา..เรารู้สึกเช่นนั้น :)
- หมด Day 02 แล้วน้าทุกคน เจอกัน Day 03 นะคะ -
.
เข้าสู่ Day 03 แล้วนะทุกคนวันนี้จะเป็น Temple Day ของเรา ก่อนจะไปไหว้พระขอพระ ขอเเวะถ่ายรูปกับอีกหนึ่ง Highlight กับตึกสีรุ้ง Choi Hung estate ก่อน ทุกคนที่ไป เอาจริงๆมันไม่ได้ว้าว เหมือนที่หลายๆ บล็อคเกอร์แชร์นะ ตึกมันสีซีดเลยแหละ แต่เราเชื่อว่าพลังการแต่งภาพของทุกคนมันสวยได้ด้วยมือเรา ฮ่าา ลองแวะไปถ่ายรูปดูนะมันก็เท่ห์ดี
- มิ้วบอกว่าบ้านเราร้านขายสีก็ทาสีแบบเน้ได้ ฮ่าาไปเช้าๆคนไม่มีเลย
มันก็เก๋ๆ...อยู่นะ
พลังอำนาจของการดูดสี :) 
หลังจากที่จัดแจงหามุมถ่ายรูปกับตึกอยู่ซักพัก..เราก็ต้องทำตัวเป็นสายบุญตามที่ได้พูดไว้
เราค้นพบว่าเราหารูปจากกล้องไม่เจอเลย เพราะวันที่ไปคนเยอะมากกเยอะทุกวัด เราเลยได้ใช้มือถือถ่ายรูปเเทนการยกกล้องมาแข่งกับธูปเทียน อันตราย เราเลือกไปวัดที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงของที่นี่คนเลยเยอะเป็นพิเศษ ไปไหว้พระขอพรกันนะทุกคน
วัดหวังตาเซียน Wong Tai Sin หรือวัดด้ายแดงของทุกคน
มือถือเก็บรูปเจ้าบ่าวไม่หมด ได้แต่มุมเจ้าสาวนะ ด้ายสีแดงเพียบเลย
วัดแชกงหมิว Che Kung Temple หรือวัดกังหัน
ท่านแชกง ที่วัดกังหัน วัดนี้วันที่เราไปไม่มีคนเลยแปลกมากๆ ต่างกับวัดด้ายแดงเลย 
หมุนกังหันตามเข็มนาฬิกา ขอให้สิ่งไม่ดีพัดผ่านไป สิ่งใหม่ๆดีๆจงเข้ามาในชีวิตด้วยน้า
 
ก็ใช่ว่าทั้งวันเราจะไปแต่วัดกันนะทุกคน วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เราจะไปตามหาสิ่งที่เราชอบ
ใช่ค่ะ..แล้วมันก็เป็นทางผ่านที่เราจะไปวัดกังหันพอดี เราเลยขอแวะ

Snoopy World Hong Kong 

ถ้าจะให้ไล่ลำดับการ์ตูนที่ชอบมากๆ นับนิ้วยังไงก็ไล่ไม่หมด Peanuts ก็คงเป็นชื่อต้นๆที่เราชอบจริงๆ ไล่ชื่อเสียงเรียงนามได้ทุกตัวละคร ทั้งเรื่องก็คงชอบ Snoopy ที่สุดแหละเพราะนิสัยคล้ายตัวเองสุดแล้ว  วิธีเดินทาง ลงที่สถานี Sha Tin ทางออก A เดินเข้าห้าง
New Town Plaza หาไม่ยากไปถ่ายรูปเล่นกันนะทุกคน 
ได้เจอพวกนายมีความสุขจัง :) 
เติมความสุขกันแล้ว เราก็ไปเติมบุญกันต่อเลย วัดต่อไปนี้เป็นวัดที่อยู่ในโซนที่เป็นทะเล วิวสองข้างทางคือขึ้นเขาลงเขาสลับไปมา สวยมากทุกคน เราให้คะแนนวิวสองข้างทางเต็มร้อยไปเลย
พอลงรถเท่านั้นแหละ...ทุกคนมันร้อนมากกกเหมือนพัทยาบ้านเราเลย
ถึงว่าต่างชาติมาเล่นน้ำทะเลและอาบแดดกัน..ก่อนที่เราจะไปชมวิวทะเล
เราไปไหว้พระกันก่อนดีกว่าเนอะ... 
วัดทินหัว Tin Hau Temple เจ้าแม่ทับทิม เป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล และ เจ้าแม่กวนอิม ท่านดูอ่อนโยน และ มีเมตตามาก วัดนี้สงบและคนไม่เยอะด้วย แถมมีคำบูชาเป็นภาษาไทยด้วยนะ :)
สะพานอายุยืน หากเดินข้ามไปจะมีอายุยืนขึ้นอีก 3 ปี สะพานอายุยืน เมื่อข้ามไปแล้วห้ามเดินกลับเด็ดขาด ให้เดินกลับตามทางเดินอีกฝั่งหนึ่งเท่านั้น !! 
เทพเจ้าแห่งความรัก คนที่ยังไม่มีคู่แต่แอบชอบอยู่ ให้เอามือลูบที่บริเวณหินสีดำ พร้อมกับอธิษฐานให้สมหวังกับความรัก ส่วนคนที่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ ให้เขียนชื่อตัวเองลงไปในสมุด (โดยใช้นิ้วเขียน) ที่เทพเจ้าแห่งความรักถืออยู่ แล้วท่านก็จะหาเนื้อคู่มาให้><
 
ทู๊กกคน...นี่ไง วิวทะเลที่เราว่า สวยมั้ยเหมือนอยู่กันคนละโลกกับฝั่งในเมืองเลยเนอะ
เราไปตอนเริ่มเย็นแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะตกด้วยหล่ะ 

Repulse Bay หาดทรายที่นี่เม็ดหยาบนะ แต่สะอาดดีมากเลย

ร้อนมากกกก แล้วเรามาจากในเมืองใส่เสื้อแขนยาวอย่างดี มาถึงนี่ไม่เข้าพวกเลย ฮ่า

ขอปิดท้ายด้วยวัดที่อยู่ในตัวเมืองกันเป็นที่สุดท้ายของ Day 03นะทุกคนตามมาๆ

วัดหม่านโหมว Man Mo Temple เป็นวัดที่่เกี่ยวกับ การศึกษา การสาบานตน
- จบ Day 03 กลับโรงแรมนอนอิ่มบุญก่อนนะทุกคน -
.
"อรุณสวัสดิ์ Day 04 ... วันสุดท้ายแล้ว"
วันนี้ Start Day กันสายหน่อยเพราะต้องเช็คเอ้าท์จากโรงแรม แต่ Flight ที่จะกลับไทยของเราคือตี 2 ดังนั้นด้วยความงกไม่ทำ In town Check in ของเรา จึงฝากกระเป๋าไว้กับทางโรงแรมนี่แหละเที่ยวเสร็จค่อยย้อนกลับมาเอากระเป๋า (ทุกคนที่จะทำแบบเรา เช็ครอบรถเวลารถหมดด้วยนะ..เดี๋ยวไปสนามบินไม่ได้ ต้องพึ่งTAXI เรื่องใหญ่เลยน้า )
มาต่อกันที่สถานที่สุดท้ายและเดย์สุดท้าย จริงๆหลังจากไป
วัดนางชีฉีหลินและสวนหนานเหลียน เราก็ไปเดินดู Street Art ที่ถนน Hollywood แล้วก็ย้อนกลับไปถ่ายรูปซ่อมที่หอนาฬิกาจิมซาจุ่ย Clock tower และก็ไปชิมกาแฟร้าน % Arabica เป็นอันจบทริปนี้ เรามาเริ่มที่แรกกันเลย วัดนางชีฉีหลินและสวนหนานเหลียน 
สำหรับที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมร่วมกันระหว่างจีนกับ  ญี่ปุ่น ใครมาเที่ยวฮ่องกง อย่าลืมแวะมา กราบไหว้และชมความสวยงามของสวนสไตล์ญี่ปุ่น เหมือนได้เที่ยวข้ามประเทศเลยหล่ะ ที่นี่กว้างใหญ่เดินเหนื่อยเลย เก็บภาพสวยๆมาฝากค่ะ อยู่สถานีDiamond Hill 
เหมือนข้ามประเทศไปเที่ยวพระราชวังที่เกาหลีใต้ หรือ ญี่ปุ่นเลยเนอะ
เราเก็บภาพ Street Art ที่ถนน Hollywood ถ้าใครเคยไปเก็บภาพ Street Art ที่ปีนัง น่าจะพอคุ้นเคยกับการลุ้นๆว่าแต่ละมุมตึกจะมีภาพของใครมาวาดน้า ภาพต่อไปจะเป็นแบบไหนน้า
อารมณ์ประมาณนั้นแหละทุกคน แต่ที่นี่จะมีถี่ยิบและไม่มีแผนที่ให้นะ เดินตามทางก็เจอทุกมุมแหละอยู่ที่ว่าภาพไหนจะเรียกความสนใจได้มากกว่ากัน บางภาพก็สีซีดจางแล้ว ก็ลองไปเดินหาดูนะทุกคนสนุกดี แต่ทางเป็นแบบเดินขึ้นเขา ขึ้นๆลงๆ หอบเอาการเลยหล่ะ 
หรือถ้าเพื่อนๆคนไหนอยากวางแผนการตระเวนหาแบบสุ่ม 
เว็บไซด์นี้เขาจะบอกไว้เลยว่าเดือนนี้มีรูปอะไรเพิ่มเติมบ้าง อยู่ตำแหน่งไหน ศึกษาก่อนไปหาก็โอเคเลยหล่ะ 
สำหรับระหว่างที่เรารอแสงจากมุมที่จะตกกระทบตรง hong kong cultural centre ก็เลยไม่พลาดที่จะแวะจิบกาแฟที่ ร้าน% Arabica สัญชาติญี่ปุ่นแต่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮ่องกง ด้วยคุณภาพเมล็ดกาแฟ การคั่ว การชง ที่ใส่ใจทุกขั้นตอน ทำให้รสชาติและหน้าตาที่ได้ออกมาดีแบบว้าวเลย สำหรับลาเต้ไม่ขมนะ ละมุนไปหมด ฟินมาก ไปลองกันนะทุกคน
ที่ร้านไม่มีที่นั่งเน้อ...ยืนจิบๆชมวิวทะเล เพลินมากเลยหล่ะ 
สุดท้ายและท้ายสุด ก่อนจะบอกลาฮ่องกงอย่างจริงจัง 
สถานที่สุดท้าย หอนาฬิกาจิมซาจุ่ย Clock tower hong kong cultural centre
ตึกที่มีเสาทรงสามเหลี่ยม ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า แสงจะกระทบกับเสาพอดีทำให้มีแสงลอดเข้ามาเล็กๆ ถ่ายรูปสวยดีน้า ลองไปถ่ายเล่นกันดูนะทุกคน
" ครบแล้วค่ะทุกคน "
เราต้องบอกลาฮ่องกงแล้วหล่ะทุกคน .. 4 วัน 3 คืน ของเราเต็มอิ่มไปด้วยการเดิน และการเดิน
การไปยังสถานที่แปลกตา สถานที่ใหม่ๆ ลืมเหนื่อยลืมเวลาไปเลยหล่ะทุกคน
อากาศตอนช่วงเดือนมกรานี่มันดีจริงๆนะ ไม่หนาว และไม่ร้อนเกินไป กำลังดีเลยหล่ะ
พูดถึงรวมๆของประเทศนี้..เอาเรื่องอะไรก่อนดีหล่ะ 
สำหรับผู้คนก่อนละกัน ... เมืองนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษาเลยนะ เขาพูดอังกฤษได้และเผลอๆบางที่พูดไทยได้ด้วยนะเออ ตามวัดเป็นต้น เลยไม่ต้องห่วงถ้าใครจะมาเที่ยว ภาษาไม่เป็นปัญหาแน่นอน แถมอีกอย่าง ลืมไปรึป่าวถ้านึกถึงฮ่องกง ....ทุกคน
ก็ต้องนึกถึงพระเอกฮ่องกง ถูกมะ?
ผู้คนเขาเปะจริงๆนะ ผู้ชายก็แต่งตัวเปะ หล่อเลยหล่ะ ผู้หญิงก็ดูเป็น Working women มากๆ
สำหรับอาหาร... ทริปเน้เราไม่เน้นกินเนอะ เน้นเก็บสถานที่ท่องเที่ยว
อาหารหลักๆของเราจึงไปตกอยู่ที่ตาม 7-11 และตาม MTR ซะส่วนใหญ่ แต่ตามร้านอาหาร ทุกคนอย่าลืมนะ อย่าเผลอไปบ่นเขาว่าทำไมราคาแพง ... ใจเย็นๆน้า เพราะถ้าเขามาเสริฟเราปุ๊บ เราจะอยากถอนคำพูด..มันจานใหญ่มากทุกคน อย่าเผลอสั่งเยอะเชียวนะ เดี๋ยวกินไม่หมด
อ้อ..น้ำเปล่า ก็ค่อนข้างแพงอยู่นะ ประเทศที่เป็นเกาะๆส่วนใหญ่น้ำก็จะแพงตามระเบียบ พกขวดพกอะไรกันไปด้วยนะ เราแอบบอกทริคได้มั้ยอ่ะ ไม่รู้มันปลอดภัยมั้ย แต่ก็อยู่รอดมาเขียนให้ทุกคนอ่านได้ก็ถือว่าปลอดภัยแหละเนอะ กิกิ 
ทริคของเรามีอยู่ว่า ..ไอ้เจ้าน้ำเปล่าเนี้ยมันแพงนักใช่มั้ย
ต้มเอาเลยทุกคน ฟังไม่ผิดหรอก " ต้ม " ต้มแบบน้ำชงกาแฟอ่ะทุกคน ต้มไว้ตอนกลางคืน พอเช้ามามันก็เย็นกรอกใส่ขวดไว้กินระหว่างวัน ไม่มีกลิ่น สะอาดปกติเลย 
(งกไปมั้ยเนี้ย..เป็นทริคละกันเนอะๆ)
เอาหล่ะ..ก่อนที่มันจะยาว จนกลายเป็นเรียงความไปมากกว่าเน้
เราขอจบทริปนี้...อย่างสวยงามก่อนนะคะทุกคน
ถ้าใครมีคำถามหรือข้อสงสัยอะไร ก็ทักทายมาคุยกันได้เสมอๆ
เรายินดีตอบทุกข้อสงสัยเนอะ :)
ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะทุกคน
B.T รายงาน.. คัมซาฮัมนีดา อันยอง ^^
ขอเรียกมันว่า’ความสุขเล็กๆ’ ดีกว่า เพราะความสุขของการเดินทางมันอยู่ที่สถานที่และระหว่างทางจริงๆ ไม่ได้จงใจไปเก็บจุดตามกัซ เพราะถ้าจงใจ มันก็จะคาดหวัง ไม่เจอก็จะเฟล เรียกว่าได้ยืนอยู่ในที่เดียวกันแล้วนะ แบบนี้ดีกว่า  
อากาเซ่บีที ..รายงานค่ะ

#Alongwaygo

 
 
 
 
 
 
 


1 Like(s)

VIEW 2,777