Register Member   |      Login

หน้าแรก > เสน่ห์ของทะเล...เมื่อมีฝน

Image

เสน่ห์ของทะเล...เมื่อมีฝน

by Supasan Seadpattarachai 03/01/2019

เที่ยวทะเลเมื่อมีฝนมันดียังไง…

จุดเริ่มต้นของทริปนี้ผมกับแฟนมีความคิดที่อยากจะไปพักผ่อนหาที่สงบๆพักจิตพักใจกับการทำงานอันแสนเหนื่อยล้า เราสองคนนั่งดูรีวิวอยู่หลายที่ แต่ก็มาสรุปกันที่ เกาะกูด ส่วนตัวผมกับแฟนยังไม่เคยมาทั้งคู่ และผมทำงานเกี่ยวกับสื่อการท่องเที่ยวและบ่อยครั้งที่เวลาต้องทำ content เกี่ยวกับทะเล ผมมักจะมีเกาะกูดอยู่ในงานของผมแทบจะทุกชิ้น เลยเป็นความใฝ่ฝันที่อยากจะมาสักครั้ง 

สิ่งที่สำคัญที่ต้องบอกกันคือ หากใครจะไปเกาะกูดต้องจองเรือไว้ล่วงหน้าอย่าช้าไม่งั้นคุณจะตกเรือทันทีเพราะผมเองก็เกือบไปแล้วต้องเลื่อนวันกันเลยทีเดียว โดยท่าเรือที่ผมใช้บริการคือท่าเรือบุญศิริ โดยเราเลือกเรือเร็วหรือเรือferry ที่ทั้งวันมีให้ใช้บริการแค่2เวลาคือ ช่วงเช้า10.30 และช่วงบ่าย 13.30 ผมซื้อแบบไปกลับ ตก 1000 บาทต่อคน ที่ต้องเลือกเรือเร็วเพราะจริง ๆ เราสองคนจองไว้อีกบริษัทนึงเป็นเรือธรรมดาแบบถูกแต่เต็มหมดถ้าช่วง high season จะมีวันละ 2 รอบ ช่วง low ก็รอบเดียว ซึ่งผมไปช่วง low บวกกับตรงกับวันหยุดยาวทำให้เราลุกลี้ลุกลนโทหาท่าเรือกันจนวุ่นวาย แต่ถือว่าผมโชคดีมากที่ได้เลื่อนวันและได้รอบเรือไม่งั้นอดเที่ยวชัวร์ ทางท่าเรือก็แจ้งมาว่าเจอปัญหาแบบนี้บ่อยมากลูกค้าตกเรือมาแล้วหลายคนเพราะฉะนั้นควรรอบคอบและจองไว้แต่เนิ่น ๆไม่งั้นจะเจอปัญหาแบบเราแน่นอน หากต้องรายละเอียดเพิ่มเติมสารถมาเข้าไปเช็คในเว็บไซต์ ferryadvice.com ได้เลยครับ

วันที่ 1
เราสองคนจองเรือไว้รอบบ่ายโมงครึ่ง มาถึงท่าเรือบ่ายโมง หากใครนำรถมาก็ไม่ต้องกังวลเพราะท่าเรือบุญศิริเขารับฝากจอดรถคืนละ 50 บาท มีกล้องวงจรปิดปลอดภัยแน่นอน 
และแล้วก็ถึงเวลาขึ้นเรือต้องบอกก่อนว่าผมเป็นคนที่ขี้เมาเรือสุดๆไม่มีรอบไหนที่ไม่ อ๊วก รอบนี้ก็แอบกังวลว่าจะรอดไหมแต่สุดท้ายก็ไม่รอดครับ แค่ก้าวขาขึ้นเรือไม่ถึง 5 นาที เรือที่จอดนิ่งๆกระทบกับคลื่นที่รุนแรง มันทำให้ผมมึนหัวเหลือเกิน ระหว่างเรือออกผมนั่งหลับตาตลอดเวลา โดยเรือใช้เวลาเดินทางไปเกาะ 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ผมสามารถทนกับคลื่นลมได้แค่ 20 นาที ผมคว้าถุงที่พนักงานให้ไว้และวิ่งแบบสุดชีวิตไปที่หลังเรือและ อ๊วกกกกกกกกกกกก! จนถุงที่ให้ไว้ ผมใช้มันจนล้นถุง มองไปทางขวาก็มีคนอ๊วก ทางซ้ายก็นั่งสูดยาดม เป็นภาพที่ไม่จรรโลงเลยจริง ๆ เป็น1ชั่วโมงครึ่งที่ทรมานมาก ผมนั่งเมาอยู่อย่างนั้นจนเรือเทียบท่า รู้สึกรอดตายอย่างใดอย่างนั้น 
พอไปถึงท่าจะมีรถรับส่งแต่ละทีพักมาจอดรอประมาณ 10 กว่าคันได้ โดยที่พักที่ผมจองไว้คือ Cham's House Resort จัดแจงขึ้นรถอย่างรวดเร็วอยากจะถึงที่พักไวๆ ความมึนหัวเริ่มทุเลาลง และยังไม่ทันหายสนิทคงเป็นเวรกรรมของผมอีก รถที่ขับดันขับเหวี่ยงได้ใจบวกกับเส้นทางบนเกาะกูดค่อนข้างคดเคี้ยวเยอะและมีความชันบ้างบางระยะทางทำให้ความรู้สึกเมามันกลับมา จนชายหญิงคู่นึงเห็นท่าผมไม่ดีเลยยื่นยาดมมาให้ แต่นาทีนั้นไม่มีอะไรสามารถทำให้ผมดีขึ้นได้นอกจากภาวนาให้ถึงที่พักไวๆ ครึ่งชั่วโมงผ่านไปผมถึงที่พัก ลงจากรถเก็บของเสร็จมีพนักงานยืนต้อนรับประมาณ 6 คนได้และให้การต้อนรับอย่างดีราวกับผมเป็นรัฐมนตรีอย่างใดอย่างนั้น พอเดินขึ้นไปที่ล๊อบบี้ สิ่งแรกคือว๊าวมาก ทำไมรีสอร์ทดูหรูจัง สักพักพนักงานก็เอาน้ำกระเจี๊ยบกับผ้าเย็นมาบริการให้ รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายหลังจากทำเรื่องการจองเสร็จพนักงานก็พาไปที่พัก แหม่พอไปถึงผมเองแอบบตกใจ ที่พักดูดีมากเลย ต้องยอมรับว่าก่อนไปผมไม่ได้เลือกที่พัก ไม่ได้จอง ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อรีสอร์ท แฟนผมจัดการเองหมดเราทำหน้าที่แค่จ่ายเงินแค่นั้น สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแฟนผมชอบมาก ด้วยความเป็น ผญ มาทั้งทีก็ขอนอนดี สักคืน แต่ตัวผมหน่ะยังไงก็ได้เรานอนได้หมดแต่ก็แอบบอกแฟนว่า คืนนึงพอเนอะ เพราะเงินในกระเป๋าเราทั้งคู่จะฉีกเอา55555 หลังจากเก็บข้าวเก็บของเสร็จ ก็จัดแจงไปถ่ายรูปและไปนั่งบาร์ เพราะทางรีสอร์ทมีบริการ free drink free cocktail ตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนถึง 5 โมงเย็น และเราไปถึงก็ 4 โมงแล้วผมเลยรีบไปจัด ค็อกเทลคนละแก้ว นั่งรับลมชมวิว บรรยากาศวันนั้นอึมครึมตลอดเวลาแต่ไม่มีฝน แถมคนไม่เยอะ นี่ละคือเสน่ห์ของเกาะกูด ตอนอยู่บนเรือผมคิดว่าคนคงเยอะมากแน่ ๆ แต่พอมาถึงกลับมีคนบางตามาก เพราะที่พักแต่ละที่ค่อนข้างมี space ของตัวเองพอสมควรและบนเกาะยังคงเป็นความธรรมชาติอยู่ ยังคงเรียกเต็มปากได้ว่าเป็นเกาะจริง ๆ เพราะบางเกาะชื่อดังทั้งหลายมันกลายเป็นเมืองไปหมดแล้ว เกาะกูดจึงเหมาะกับมาพักผ่อน หากมากับแฟนแล้วด้วยละก็รับรองฟินมากครับ 
ผมใช้เวลาอยู่ที่บาร์จนพระอาทิตย์ตกดินกลับเข้าที่พักแพลนกันว่าพรุ่งนี้เราจะไปไหนบ้างเพราะบนเกาะมีที่เที่ยวก็เยอะอยู่ ไปหมดทุกที่คงไม่ไหว เราเลยเลือกไปกันที่ หาดบางเบ้า อ่าวพร้าว น้ำตกคลองเจ้า หาดคลองเจ้า และหาดตะเภา หมดไปแล้วกับ 1 วันกับความเหนื่อยล้า

วันที่ 2
ทานอาหารเช้าถ่ายรูปเล่นชิว ๆ ก่อน check out ไปอีกที่นึง หลังจากทำอะไรเสร็จพนักงานก็ขับรถไปส่งอีกที่พักนึงที่จองไว้ ซึ่งที่ ๆ เราไปพักกันคือ Siam beach อยู่หาดบางเบ้า อยู่บริเวณหาดเดียวกับ Cham’s house ไม่ไกลกันมากนัก ที่ผมเลือก Siam beach เพราะ ไฮไลท์ของหาดบางเบ้าคือสะพานกับชิงช้ากลางทะเลที่อยู่ติดกับที่พักเลย ไปถึงก็เก็บของรับไปถ่ายรูปเล่นกันแต่โชคร้ายนึดหน่อยคือ สะพานหน้า Siam beach และชิงช้ากลางทะเลที่หวังไว้ดันปิดเพราะคลื่นแรงมากอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ แต่ก็ยังมีเหลืออยู่ 2 สะพานที่ยังเปิดอยู่ เวลามีจำกัดผมเลยยังไม่ถ่ายเก็บไว้ก่อนเพราะติดที่พัก เราเลยเลือกที่จะไปถ่ายดงต้นพร้าวที่อ่าวพร้าว ระหว่างทางที่ไปขับรถต้องระมัดระวังอย่างมากเลยเพราะทางมีความชัน ชันจนสามารถมองเห็นถนนอีกฝากได้ ขับไปเรื่อย ๆ ก็สังเกตระหว่างทางไปด้วย รู้สึกหลงรักที่แห่งนี้ซะแล้วสิ มันไม่มีตรงไหนที่คนเยอะเลยมันเหมือนกับไป ฮันนีมูน จริง ๆ นะ สองข้างทางก็เป็นป่า บ้านคนบ้างเล็กน้อยไม่มีความวุ่ยวายอยู่เลย พอถึงอ่าวพร้าวเราก็ใช้เวลากันอยู่ ครึ่งชั่วโมง และก็ไปต่อที่ หาดคลองเจ้า โดยไฮไลท์ของหาดคลองเจ้าคือ ต้นไม้คู่ หาดทรายเนียนและโล่งตา และหาดที่ private ที่สุดแล้วในความคิดผม ที่พักหรูติดหน้าหาด ไม่รู้ต้องจ่ายเท่าไหร่ถึงจะนอนได้สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างผม ใช้เวลาอยู่ที่หาดคลองเจ้าประมาน 20 นาที ก็แว๊นไปต่อที่น้ำตกคลองเจ้า เป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อมากในเกาะกูดและสวยมากเช่นกัน ไปถึงแล้วต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 1กิโล น้ำเขียวเหมือนสระมรกตเลยคนก็ไม่เยอะรู้สึกว่า ไม่ว่าจะไปตรงไหนก็ประทับใจไปซะทุกอย่างใจมันผูกติดกับที่นี่ไปแล้ว ไปต่อกันที่หาดตะเภาเป็นที่สุดท้าย ตั้งใจจะไปเก็บพระอาทิตย์ตกที่นั่นเพราะอ่านในรีวิวเขาบอกหาดที่พระอาทิตย์ตกสวยที่สุดแต่ในใจรู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้แสงสวยหรอกเพราะฟ้ามืดทั้งวัน แต่ประเด็นนั้นไม่สำคัญเพราะความต้องการจริง ๆ คือชิงช้าตรงต้นมะพร้าว จริง ๆ ทุกหาดก็มีชิงช้านะแต่หาดนี้ ในความคิดผม ผมว่าที่นี่สวยที่สุด เราสองคนเลยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงอยู่ที่หาดตะเภานั่งเก็บบรรยากาศจนพระอาทิตย์ค่อยลับฟ้าไป หมดไปอีก 1วัน เหลือเวลาพรุ่งนี้อีก ครึ่งวัน ที่จะได้ซึมซับเรื่องราว ๆ ดี ๆ นี้ไว้

วันที่ 3
ตื่นมาเก็บของเตรียม check out ออก เหลือเวลาแค่ 2 ชั่วโมง ก่อนกลับ เลยออกไปขับรถเล่นกันรอบเกาะและถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลา ร่ำลา กันซะแล้ว

สิ่งนึงที่รู้สึกคุ้มมากๆกับการเลือกมาทะเลในช่วงหน้าฝน หรือ low season เนี่ย คือได้เห็นความงามของธรรมชาติในมุมที่ต่างออกไปจากเดิม และที่พักที่ได้ราคาโปรโครตจะคุ้มต้องย้อนกลับไปเรื่องที่พักสักนิดนึงตอนที่แฟนผมจองที่พักเนี่ยผมแอบตกใจราคาอยู่เหมือนกันแต่หลังจากมาพักเนี่ยผมเข้าไปเช็คในเว็บ โอ้โหหหหหห ราคาหลักหมื่น ตกใจหนักกว่าเดิมพอรู้ราคาเดิม ก็รู้สึกว่าคุ้มจริง ๆ เพราะราคาที่ผมจองกับแฟนเหลือแค่ไม่ถึง 5000 ซึ่งในมุมมองผม 5000 ก็แพงและหละสำหรับตัวผมเองแต่มันก็ดีนะที่อย่างน้อยเราจ่ายไปในราคาที่มันลดลงมาเป็นหมื่น และได้บรรยากาศที่สบายแถมแฟนผมเองก็มีความสุขมาก ๆ และข้อดีอีกอย่างที่มาในช่วงนี้แม้จะเจอฝนแม้แสงจะไม่ค่อยสวยแต่ในทางกลับกันตลอดทั้งทริปผมไม่โดนแดดเลย จะนั่งรับลมเป็นชั่วโมง หรือขับมอไซต์ตลอดทั้งวัน ก็เย็นสบายแถมตัวไม่ดำด้วย คุณผญ หลายคนคงชอบ แถมคนก็น้อยไม่เยอะจนวุ่นวาย 
และที่สำคัญเลยที่ขาดไม่ได้เลยคือ อยากให้ทุกคนลองเอาเวลาเล็กน้อยที่มีและออกไปเที่ยวที่ไหนสักที่ๆไม่จำเป็นต้องแพงหรือไกล แค่ลองหันมาเอาใจคนข้างๆออกไปหากิจกรรมทำร่วมกัน ก็สามารถทำให้ชีวิตเรามีความสุขและได้ต่อเติมรากฐานความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นไปให้กับตัวเราเองอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นไปครับลองไป “เที่ยวเอาใจ” กันดู

ฝาก facebookfanpage เที่ยวเอาใจ ด้วยนะครับ ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้

1 Like(s)

VIEW 228