Register Member   |      Login

หน้าแรก > บ้ า น น า ต้ น จั่ น " ห มู่ บ้ า น แ ห่ ง ร อ ย ยิ้ ม "

Image

บ้ า น น า ต้ น จั่ น " ห มู่ บ้ า น แ ห่ ง ร อ ย ยิ้ ม "

by +NIYA 17/10/2018

หมู่บ้าน - วิถีชีวิต - รอยยิ้ม

การท่องเที่ยวของเราเป็นเชิง " Road Trip " เพราะตลอดเส้นทางจะได้เจอกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายที่สวยงามและมิตรภาพการเดินทาง เราไม่ได้มองแค่ปลายทางที่เราจะเดินทางไป เพราะตลอดเส้นทางที่ไปนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวและชุมชนของแต่ละพื้นที่นั้นเป็นกันเองมาก และที่ขาดไม่ได้คืออาหารพื้นเมืองที่ชวนให้เราเลี้ยวเข้าไปหาได้ตลอดเส้นทาง 

เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวของปีนี้ เราอยากจะหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ผ่อนคลายและการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายส่งท้ายปลายฝน เราจึงเลือกจังหวัดที่อยู่ภาคกลางตอนบนที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมาก ที่มีอากาศค่อนข้างเย็นสบาย สูดอากาศโอโซนที่สดชื่นและการใช้ชีวิตในแบบดั่งเดิม พวกเราจึงขอเลือกที่จะไปจังหวัดสุโขทัยเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมายและมีหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตในแบบดั่งเดิมเต็มไปด้วยรอยยิ้มของชาวบ้านที่เป็นกันเอง เราขอเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ที่จะไปว่า "หมู่บ้านแห่งรอยยิ้ม" เพราะจากที่ได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศที่นั่นแล้ว เต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มของคนที่นั่น มีความสุขในแบบพอเพียงใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย บ้านนาต้นจั่นยังมีกิจกรรมชมเที่ยวในหมู่บ้านเจ้าของบ้านพาชมเที่ยว มีกิจกรรมมากมายให้สำหรับผู้ที่มาท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น ปั่นจักรยานชมทุ่ง, ปั่นจักรยานชมวิธีการทอผ้า, ชมวิธีการทำตุ๊กตาบาร์โหน, ชมการทำผ้าหมักโคลน, ชมพระอาทิตย์ตก, ชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล

ขั้นตอนแรกของเราคือท่องเที่ยวส่งท้ายช่วงปลายฝนต้นหนาว ของปี 61 เราจึงหาแพลนที่เหมาะสมจะเดินทางไปที่นั่นและทำการจอง บ้านพักสามารถจองหลังที่เราชอบและบอกทางบ้านนาต้นจั่นไปได้เลย บ้านหนึ่งหลังจะเป็นสำหรับสองคนหรือหนึ่งกรุ๊ปที่เข้ามาพักต่อหนึ่งหลัง จะไม่รวมแต่ละกรุ๊ปมาอยู่ด้วยกัน บ้านนาต้นจั่นมีบ้านพักทั้งหมด 26 หลัง แต่ละหลังจะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไปในแบบดั่งเดิม ส่วนมากจะเป็นบ้านไม้ภายในตัวบ้านจะค่อนข้างเย็นสบายโปรดโปร่ง บ้านแต่ละหลังเป็นบ้านของเจ้าของบ้านเองเลย ทางเจ้าของบ้านต้อนรับผู้ที่มาเยือนได้กับเหมือนเราเป็นญาติของเค้าเลย 

ตลอดเส้นทางของการเดินทางจากนนทบุรีเราเลือกไปทางจังหวัดชัยนาทผ่านอุทัยธานี มีฝนโปรยปรายมาบ้างอากาศจะค่อนข้างเย็นสบาย ตลอดเส้นทางของการเดินทางเราได้แวะสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายและได้ชิมอาหารพื้นบ้านแต่ละจังหวัด ทำให้แพลนที่เราวางไว้อาจล่าช้าบ้าง แต่ก็ท่องเที่ยวในแบบของของพวก " Road Trip " ช่วงเข้าสู่จังหวัดสุโขทัยทางค่อนข้างชันเพราะเป็นทางเขา ฝนตกโปรายปรายขับรถต้องระมัดระวังกันด้วย 

หลังจากลงจากทางเขา เริ่มเข้าสู่จังหวัดสุโขทัย อำเภอเมือง ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาสีเขียวขจี อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ระหว่างขับรถไปก็จะมีชาวบ้านแถวนั้นมาทำนากันสองข้างทาง มีรถไถบ้างตามท้องถนน นี่แหละวิถีชีวิตในแบบชาวบ้าน

เข้าสู่อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เราก็แวะหาของอร่อยทานกัน พวกเรามากันที่ " ไม้กลางกรุง " เป็นร้านอาหารชื่อดังของจังหวัดสุโขทัย และมีเมนูเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนี้ เลยก็ต้องมาชิม คือ “ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย” ด้วยรสชาติแบบต้นตำรับ กับบรรยากาศที่สดชื่น ร่มรื่นของร้าน นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วยังมีอาหารทานเล่นเป็นข้าวเกรียบปากหม้อแบบโบราณโดยราดหน้าด้วยน้ำกะทิสดและโรยงาตาม ส่วนเมนูแนะนำก็มีข้าวคลุกกะปี สูตรโบราณ เครื่องเคียงครบอีกด้วย 

หลังจากทานข้าวเสร็จเราเดินทางต่อมาที่อำเภอศรีสัชนาลัย ตลอดการเดินทางมีฝนโปรยปรายลงมาเป็นบางช่วงทำให้อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การเดินถ่ายรูป มาอำเภอศรีสัชนาลัยก็ต้องแวะสักการะบูชา "วัดมหาธาตุ" เป็นวัดหนึ่งที่อยู่ในเขตเมืองสุโขทัยมาตั้งแต่โบราณ และเป็นวัดประจำอาณาจักรสุโขทัย ปัจจุบันนี้วัดมหาธาตุตั้งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้ชื่อว่าเป็นวัดใหญ่ใจกลางเมืองสุโขทัย

สักการะบูชาวัดต่างๆรอบเมืองแล้ว เดินทางต่อในระแวกนั้นกันไปกันที่แหล่งเครื่องสังคโลก แวะชมวิธีการปั้นขึ้นทรงและขั้นตอนการทำเครื่องสังคโลก นอกจากเครื่องสังคโลกแล้ว ศิลปะบนกำแพงสองข้างทางยังประดับตกแต่งให้เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเครื่องสังคโลก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อีกด้วย

หลังจากเดินถ่ายรูปในเมืองสังคโลกเราก็เริ่มออกเดินทางมายังจุดหมายคือ บ้านนาต้นจั่น "หมู่บ้านแห่งรอยยิ้ม" เดินทางมาสักพักทางพี่เจ้าของบ้านก็โทรมาแนะนำเส้นทางมายังบ้านนาต้นจั่นเพราะบ้านแต่ละหลังจะอยู่ห่างกันออกไปแต่สามารถปั่นจักรยานไปหากันได้ และแล้วก็มาถึงหมู่บ้านแห่งรอยยิ้ม เราได้พบกับพี่ติ๊ก ซึงเป็นลูกของ ป้าจอมเจ้าบ้านชื่อบ้าน "บ้านสุดใจ" ป้าจองช่วงที่เรามาถึงติดธุระเลยให้พี่ติ๊กมารับพวกเราเองเลย พี่ติ๊กเป็นคนแนะนำเกี่ยวกับที่นี่ทั้งหมดและยังคอยดูแลพวกเราเหมือนกับเป็นยษติของพี่เค้าเองเลย หลังจากนั้นเราก็ถึงที่พักเก็บกระเป๋า พักผ่อกันตามอัธยาศัย พี่ติ๊กก็แจ้งกิจกรรมสำหรับวันนี้ว่ามีอะไรบ้าน สักพักเราก็ไปทำกิจกรรมกัน โดยมีจักรยานคู่ใจเดินทาไงปทำกิจกรรมนั้นๆกัน

ที่แรกของกิจกรรมวันนี้พี่ติ๊กพาปั่นจักรยานมาชมวิธีการทำตุ๊กตาบาร์โหน  เป็นของเล่นสุดฮิปของเด็กๆ บ้านนาต้นจั่น กันเลย ตุ๊กตาบาร์โหนแกว่งราวกับคนกำลังโหนบาร์ในท่าทางต่างๆขึ้นจริงเลย มันเกิดจากความทรงจำวัยเด็กของคุณตาวงษ์ เพราะว่าสมัยเด็กคุณตาวงษ์ ชอบการโหนบาร์เล่นเป็นอย่างมาก มีจำหน่ายตุ๊กตาบาร์โหนกันด้วยนะราคาชิ้นละ 200 บาท

กิจกรรมต่อมาพี่ติ๊กพาปั่นจักรยานชมวิธีการทอผ้าใต้ถุนบ้าน ซึ่งพี่ติ๊กก็แนะนำการทอผ้าให้เราฟังและสาธิตให้ดู และยังให้เราลองฝึกทอผ้าด้วยตนเองอีกด้วย โดยสีที่นำมาทอผ้านั้นเป็นสีธรรมชาติทุกสีเลย

ปิดท้ายด้วยการปั่นจักรยานชมทุ่ง ชมพระอาทิตย์ตก ในทุ่งและสวนดอกไม้ พระอาทิย์จะตกบริเวณนี้พอดีทำให้เป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงานมาก พี่ติ๊กก็ปล่อยให้เราเก็บบรรยากาศกันเต็มเปี่ยม หลังจากนั้นสักพักพี่ติ๊กก็พาเราปั้นจักรยานกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธนาศัยกันเต็มที่

ปั้นจักรยานกลับเราก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัย พี่ติ๊กกูเข้ามาพูดคุยสอบถามเราว่าจะทานข้าวช่วงไหนดี สักพักพี่ติ๊กก็นำอาหารมา 1 ขันโตก พร้อมผลไม้ อาหารที่บ้านนต้นจั่นเป็นอาหารพิ้นบ้าน วัตถุดิบก็หาในหมู่บ้านเพราะที่นี่อุดมสมบูรณ์ด้วยวัตถุดิบชิ้นดีเลย เมนูเด็ดที่น้พี่ติ๊กก็บอกกับเราว่า เป็นน้ำพริกไข่เสียบ เป็นเมนูประจำของบ้านนาต้นจั่นเลย ใครได้ลิ้มลองแล้วติดอกติดใจไปตามๆกัน กับข้าวที่นี้ให้เยอะมากจนพวกเราอิ่มกันเต็มที่กันเลย พี่ติ๊กยังแจ้งกับเราว่าถ้าพรุ้นี้จะไปจุดชมวิวชมทะเลหมอกพระอาทิตย์ขึ้นต้องตื่นเวลา 04.30 น. จะมีพี่ไกด์มารับถึงที่พักเลย พวกเราก็กลงที่จะไปจุดชมวิว สักพักใหญ่พวกเราก็รีบอาบน้ำเข้านอนกันจะได้ตื่นเช้าพรุ้งนี้ทัน

เวลา 04.30 น. พี่ไกด์ที่พาเราไปจุดชมวิวทะเลหมอกมาตรงเวลาเปะ มารับเราถึงหน้าบ้านเลย รถพี่ไกด์เป็นรถกระบะลุยๆหน่อย เส้นทางเป็นทางขรุขระ มีหลุมมีบ่อตลอดเส้นทาง สองข้างทางเวลาที่ไปมืดไปหมดเห็นแต่ไฟหน้ารถ ระยะทางนั่งรถไป 3.5 กม. ต่อด้วยเดินเท้าอีก 850 ม. พอมาถึงจุดที่ต้องเดินเท้าพี่ไกด์จะให้ไฟฉายติดที่หัวคนละกระบอกไว้ส่องทางเดินเพราะมืดมาก ทางค่อนข้างชันและมีดินแบะหินที่ขรุขระ ควรใส่รองเท้าผ้าใบในการเดินเท้า ตลอดการเดินทางเท้าพี่ไกด์คอยแนะนำต่างๆสำหรับจุดชมวิวที่แห่งนี้อยู่ตลอด พี่ไกด์เป็นคนกันเองมาก ใจดีมาก

พอเดินขึ้นมาถึงจุดชมวิว ฟ้ายังมืดอยู่ พี่ไกด์ไม่รอช้าก่อไฟสำหรับจิ๊บกาแฟช่วงเช้า และพี่ไกด์ตัดไม้ไผ่ทำเป็นแก้วน้ำให้สำหรับพวกเราอีกด้วย

วันนี้พระอาทิตย์อาจจะไม่ได้เห็นเพราะเมื่อคืนฝนตกลงมา แต่จะได้เห็นหมอกที่ปกคลุมเขาแทน สวยไปอีกแบบนะ พอฟ้าเริ่มสว่างพี่ไกด์ก็บริการเสิร์ฟเครื่องดื่มร้อน จิ๊บกาแฟ โอวัลติน ในกระบอกไม้ไผ่ที่เพิ่งทำขึ้นมาเอง พร้อมกับชมวิวทะเลหมอกที่ปกคลุกเขา เป็นอะไรดีเข้าดีเลยทีเดียว

บรรยากาศมีไอหมอกจางๆปกคลุมภูเขา โอโซนบนยอด สดชื่น อากาศค่อนข้างเย็นสบาย หลังจากดื่มเครื่องกันเสร็จพี่ไกด์ก็ใจดีทำของเล่นใบพัดจากต้นไม้แถวนั้นมาให้ สามารถหมุนได้ด้วย หลังจากนั้นเราก็สูดอากาศกันเต็มที่แล้ว ได้เวลาลงไปทานข้าวเช้ากัน ฝนก็ตกลงมาแรกมากทำให้เราไม่สามารถลงไปได้เลย เพราะไม่ได้เตรียมเสื้อกันฝนกันมา พวกเราเลยรอให้ฝนหยุดหรือซาลงก่อนค่อยลงไป

พวกเรารอกันสักพักใหญ่ฝนก็ไม่มีวี่แววที่จะหยุดตกเลย พวกเราเลยประดิษฐ์เสื้อกันฝนและกางเกงกันฝนจากถุงดำที่พี่ไกด์เตรียมมาทำเป็นเสื้อกันฝนกัน แล้วทุกอย่างก็เสร็จสิ้น พวกเราและพี่ไกด์เดินทางกันเลย ระหว่างเดินทางฝนอาจจะซาลงมาบ้างแต่ไม่หยุดสนิทแต่เราก็ยังเดินทางกันต่อเพราะไม่งั้นแพลนเราอาจเลื่อนไปเรื่อยๆ ลงมาเรื่องๆฝนก็ค่อยๆหยุดพี่ไกด์พาพวกเรากลับที่พักไปทานข้าวเช้ากัน

พี่ไกด์พาเรามาส่งถึงบ้านพักโดยปลอดภัย หลังจากนั้นพี่ติ๊กก็นำอาหารเช้ามาให้ทาน 1 ขันโตกเช่นเดิมและพร้อมกับขนมไทยและผลไม้ แต่เมนูก็เปลี่ยนไป อาหารน่าทานากเป็นอาหารพื้นบ้าน ไม่รอช้าพวกเราก็ทานอาหารกัน พี่ติ๊กก็แจ้งว่ากิจกรรมช่วงเช้าก่อนเช็คเอาท์ออกมี ชมการทำผ้าหมักโคลน, พาไปทานข้าวเปิ๊ปและสอนทำข้าวเปิ๊ปและพาไปเดินตลาดช่วงเช้าของบ้านนาต้นจั่นกันอีกด้วย

หลังจากทานข้าวอิ่มกันเรียบร้อย พี่ติ๊กก็พาปั่นจักรยานไปชมการทำผ้าหมักด้วยโคลน ทำให้ผ้านิ่มและเป็นสีธรรมชาติโดยคิดค้นจากชาวบ้าน ส่วนสีสันต่างๆที่เราเห็นบนผ้าหมักโคลน ล้วนแล้วแต่มาจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายในบ้านนาต้นจั่นอีกด้วย สีม่วงจากเปลือกมังคุด สีเขียวอ่อนจากใบจั่น สีเหลืองจากแก่นขนุน สีโอลด์โรสจากใบสะเดา

หลังจากนั้นพี่ติ๊กพามาทานข้าวเปิ๊ปและสอนทำข้าวเปิ๊ปในแบบบ้านนาต้นจั่นกันอีกด้วย น่าตาน่าทานมาก พอได้ชิมแล้วรสชาติอร่อยมากต้องกลับมากินอีกแน่นอน

 

หลังจากทานข้าวเปิ๊ปอาหารประจำบ้านนาต้นจั่น เราก็กลับมาที่พัก เป็นกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางกลับ ก่อนกลับพวกเราก็ขอพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนที่จะเดินทางกลับกัน

 

ข้อแนะนำ

- ควรเตรียมรองเท้าสำหรับเดินขึ้นจุดชมวิว ที่เหมาะแก่การเดินขึ้นเขา

- ไปช่วงหน้าฝน ต้องเตรียมชุดกันฝนด้วย                                                                                    

- เตรียม สบู่ ยาสระผม หรือของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น                                                                               

- มีห้องน้ำส่วนตัวให้ มีเครื่องทำน้ำอุ่น

ติดต่อที่พัก บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย 

- Tel : 088-495-7738                                                                                                             

- ค่าที่พักคนละ 600 บาท / ต่อคน มีอาหาร 2 มื้อ เช้าและเย็น ช่วงเช้ามีกาแฟโอวัลตินเพิ่มเติมให้ทานยามเช้าด้วย

- ค่าไกด์พาขึ้นไปชมวิวทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและ จิ๊บกาแฟโอวัลติน 450 บาท / หลัง

- มีจักรยานให้เช่าเพิ่มเติม 30 / คัน

- หากต้องการใช้รถบริการรถอีแต๊กคันล่ะ 450 บาท

ติดตามไปเที่ยวในฉบับของเรา

IG: https://www.instagram.com/double_adays/

FB: https://www.facebook.com/aday.aday

 

0 Like(s)

VIEW 5,948