Register Member   |      Login

หน้าแรก > วังเวียง เมืองโครตชิลล์ วิวหลักล้าน

Image

วังเวียง เมืองโครตชิลล์ วิวหลักล้าน

by Patchajoo__m 08/09/2018

ฮัลโลวววววว ไปเที่ยวเมืองโครตชิว แต่วิวหลักล้าน กันมั้ย

ไปไหนดี ไปลาวกันมั้ย ไปวังเวียงกันเถอะ

แต่นี่หน้าฝนนะ !!! จะไหวหรอ?
ทริปนี้เราใช้เงินบาททั้งหมดนะคะ ไม่ได้แลกเงินกีบค่ะ
นี่เป็นกระทู้ที่ 2 ของเราแล้วนะ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ
กระทู้แรก น่านมั้ย : https://pantip.com/topic/37067145

 

"วังเวียง" เมืองโคตรชิว แต่วิวหลักล้าน
 
ສະບາຍດີ ວັງວຽງ
 
 
เริ่มต้นการเดินทาง

Day 1 : 25-07-2018

เราออกเดินทางโดยนั่งเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองไปลงที่สนามบินอุดร

โดยเราได้ตั๋วราคา ไป-กลับ พันนิดๆ เราถึงอุดรเวลา 07.15 น.

 
เรานั่งแท็กซี่จากสนามบินเพื่อไป บขส.อุดร ให้ทันรถทัวร์ไปวังเวียงรอบ 8.30 น.

ซึ่งการเดินทางไปวังเวียงมีหลายวิธี ดังนี้
1.นั่งรถทัวร์อุดรไปวังเวียง
2.นั่งรถทัวร์หรือรถตู้ไปลงเวียงจันทน์ แล้วต่อรถตู้ รถสองแถว รถทัวร์ไปวังเวียง
3.หรือใครจะโบกรถ ติดรถใครไปก็ได้เนอะ 555
เมื่อเรามาถึง บขส.อุดร ก็รีบเดินไปยังจุดขายตั๋ว ตึกสีส้มๆ เราเข้าไปถามว่าจะไปวังเวียงค่ะ 
พนง.บอกว่า “เต็มครับ” แป่ววววววเอาแล้วสิ แผนเปลี่ยน!!!!
พูดกับเพื่อนว่า งั้นเราต้องขึ้นรถไปลงเวียงจันทน์แล้วล่ะ
พวกเรารีบเดินไปซื้อตั๋วไปเวียงจันทน์ทันที ได้รอบ 8.00 น.
พอซื้อตั๋วเสร็จก็ไปเซเว่นเพื่อซื้อเสบียงกินระหว่างทางและก็เผื่อไว้เวลาข้ามฝั่งไปแล้วทานอาหารไม่ได้ 555 มาม่าสิค่ะ ง่ายสุดแล้ว
 
อาหารเช้าเราเอง

รถออกเดินทางไปยังด่านหนองคายเพื่อข้ามฝั่งไปประเทศลาว พนง.รถทัวร์ที่เราขึ้นมาจะนำเอกสารใบผ่านแดนมาให้เราเพื่อกรอกไว้ก่อนจะได้ไม่เสียเวลา เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-45 นาทีก็มาถึงด่าน
 
 
 
มาต่อแถวเพื่อ Stamp ที่ Passport เมื่อเรียบร้อยแล้วให้เราเดินตรงไปนำตั๋ว One Day Ticket 
สอดเข้าช่องเหมือนเราขึ้น BTS เลยค่ะ

เดินกลับไปขึ้นรถคันเดิม เพื่อไปยังด่าน ตม. ตรวจคนเข้าเมือง

ลงรถอีกครั้งเดินเข้าไปต่อแถวเพื่อ Scan ใบหน้าและ Stamp ที่ Passport 
แนะนำว่าคนไทยเราให้ไปช่องอัตโนมัติเลยค่ะ เร็วกว่า จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกค่ะ

เมื่อผ่านด่านแล้วตรงนี้ ใครจะเข้าห้องน้ำ แลกเงิน ซื้อซิม สามารถทำได้ตรงนี้เลยค่ะ

รถทัวร์ที่เรานั่งมาให้เราต่อรถไปวังเวียงตรงนี้เลย พนง.ติดต่อรถให้
และบอกเราว่าเป็นรถตู้ราคาคนละ 400 บาท เราก็โอเค (ไม่รู้คิดว่าถูกแล้ว) 
ขนของย้ายกระเป๋าไปยังรถตู้
 
 
เราเลยขอคนขับรถไปซื้อซิม เราติดโซเชียล 555 เราซื้อซิม+เติมเงิน ราคา 80 บาท
 
 
เสร็จแล้วก็กลับมาขึ้นรถตู้ เพื่อไปต่อ แต่พอรถออก
คนขับรถบอกว่าให้เราเปลี่ยนรถเป็นสองแถวจ้า งง สิค่ะ 
หรือว่าจะโดนหลอกเนี้ยยยยยยย เริ่มจะหงุดหงิด 555
 
 
คนขับบอกว่ารถตู้ไปรอที่ปั๊มน้ำมันข้างหน้า ห๊ะ ทำไมต้องไปรอข้างหน้าล่ะ
 
 
พอมาถึงปั๊มน้ำมันเห็นเป็นรถบัส เอิ่มไหนบอกรถตู้ คิดในใจว่าเราจะถึงวังเวียงกี่โมงเนี้ย??
 
 
เอาว่ะมาถึงขั้นนี้ละ 400 บาทเรานั่งรถทัวร์ก็ดีเหมือนกัน กว้างหน่อย (ปลอบใจตัวเอง)

แนะนำค่ะ 
ถ้าเรานั่งรถมาเพื่อต่อรถจากเวียงจันทน์ ให้เราไปลงที่ตลาดเช้า หรือ บขส.เวียงจันทน์ ดีกว่าเพราะจะได้ราคาที่ถูกกว่าค่ะ 
แต่ถ้าใครไม่ได้ต้องการประหยัด หรือเอาสะดวกแล้วยอมจ่ายแพงก็กว่าก็ไม่ว่ากันค่ะ
นั่งรถยาวไป หลับไปค่ะ zzZZ

นั่งมาได้ประมาณ 1 – 1.30 ชม. รถจะจอดแวะพักให้ทานข้าว เข้าห้องน้ำ 30 นาทีค่ะ
นี่คืออาหารมื้อแรกที่ฝั่งลาว 555 หมูปิ้งงงงงงงงงงงง
 
 
นั่งต่อไปอีกประมาณ 2-3 ชม. ก็ถึงแล้วเนอะ
 
 
ระหว่างทางฝนตกตลอดทางเลยจ้า แหม่!!! ชุ่มช่ำเลยละงานนี้

 
หลับๆตื่นๆ ถึงแล้วจ้า
 
 
เมื่อถึง บขส. วังเวียง แล้วให้เราซื้อตั๋วรถขากลับไว้เลย เดี๋ยวเต็มค่ะ
พนง.ก็จะถามเราว่าจะกลับวันไหน พักที่สุดท้ายที่ไหน เพื่อจะให้รถไปรับที่ที่พัก
ราคาตั๋วขากลับ 200 บาทเรากลับไปเวียงจันทน์ รถเหมือนตอนขามาเลย หืออ!!
ทำไมถูกกว่าขามาครึ่งนึงล่ะ เพิ่งรู้ว่าโดนหลอกแล้วว T_T แต่ก็ไม่เป็นไรเนอะ 555
 
 
เมื่อเราซื้อตั๋วเสร็จ จะมีรถบริการฟรีไปส่งที่ในเมืองวังเวียง จริงๆไม่ไกลเราสามารถเดินได้ แต่เรานั่งรถฟรีดีกว่า สะดวกดี เพราะฝนตกปรอยๆจ้า หรือใครจะเสียเงินขึ้นรถช่วยอุดหนุนชาวบ้านก็ได้เช่นกันค่ะ

รถมาจอดส่งเราตรงจุดจอดรถ แล้วเราก็เดินไปหาที่พักที่เราจองมาล่วงหน้าแล้วค่ะ
วังเวียงเป็นเมืองเล็กๆ เดินได้สบายๆ (ถ้าไม่ขี้เกียจ)

ถึงแล้ววววว ที่พักคืนแรกของเรา Nice View Guesthouse ราคา 840 บาท เราต้องผ่านเวปมานะคะ
 
 
Check In เข้าที่พักเก็บของ พักผ่อนตามอัธยาศัย

บรรยากาศด้านหน้าที่พักของเราคืนนี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชมวิว ถ่ายรูป นอนพัก ฟังเสียงฝนที่ตกไม่ขาดสาย
 
 
ฝนเริ่มซา ก็เป็นเวลาหกโมงเย็นพอดี เราเริ่มรู้สึกหิว เลยออกไปเดินเล่นในซอยใกล้ๆที่พัก 
หาของกิน ซื้อเสื้อกันฝน รองเท้าแตะ (ไม่ได้เตรียมมา)

ร้านค้าที่นี่ส่วนมากจะเปิดตอนเย็นไปจนถึงเที่ยงคืน วันนี้ฝนตกนักท่องเที่ยวไม่ค่อยครึกคักเท่าไหร่ มีเรานี่แหละที่ใส่เสื้อกันฝน กางร่มมาเดินท่ามกลางสายฝน 555

เดินเล่นไปสักพักใหญ่ๆ เราก็ได้ของกินมา 3-4 อย่างจ้า (หิววววววววว)
 
 
 
 
 
 
หลังจากอิ่มท้องแล้ว นอนหลับพักผ่อน นอนฟังเสียงฝนปนๆกันไปนะยูวววววว
ฝันดีน๊า zzZZ


Day 2 : 26-07-2018

ตื่นเช้าๆเดินตลาดเช้าวังเวียง อยู่หน้าที่พักเราเลยจ้า เป็นตลาดที่ชาวบ้านนำของมาขายกันเอง
และมีพระมาเดินบิณฑบาตร วันนี้ฝนก็ยังตกอยู่จ้า
บรรยากาศตลาดเช้าวังเวียง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หลังจากอิ่มท้องแล้ว เราก็นัดแนะเรื่องที่เที่ยวของวันนี้
เนื่องจากฝนตกเราเลยสรุปได้ว่าเราจะเหมารถไปถ่ายรูปแค่บางจุดที่เราอยากไป
เราสอบถามการเหมารถจาก พนง. ที่ที่พัก น้องๆใจดีมาก ต่อรองราคาให้เราด้วย
นัดรถตุ๊กตุ๊กที่เหมาไว้ให้มารับที่ที่พัก
 
วิวระหว่างทาง
 
 
 
 
 
 
 
จุดหลักๆที่เราไปคือ...
- สะพานสีส้ม

 
 
 
 
- ถ้ำจัง แต่เราไม่ได้เดินขึ้นไปเพราะบันไดค่อนข้างชัน
 
 
 
 
 
 
- บลูลากูล ที่น้ำสีเขียว ฟ้าๆ (อ่านรีวิวมา)
 
 
 
 
จริงๆแล้วน้ำต้องเป็นสีเขียว ฟ้าๆ สิ แต่ว่าฝนตก น้ำเลยขุ่นแบบนี้ไง 555
เดินเล่นถ่ายรูปสักพัก เราก็เตรียมตัวกลับ
ลุงคนขับรถพาเราเที่ยวเองแหละ
คุณลุงใจดี บอกเราว่าอยากแวะตรงไหนบอกลุงได้เลย
 
 
 
คุณลุงคนขับตุ๊กตุ๊กเสนอพวกเราว่า “ไปบลูลากูล3” กันมั้ย แต่ทางค่อนข้างลำบากและไกล ลุงขอคิดเพิ่ม 400 บาทนะ พวกเราเลยต่อลองเหลือ 300 บาทได้ไหมค่ะ คุณลุงโอเค
เราเลยตกลงกันว่าไป คิดในใจว่ามันจะคุ้มมั้ยน้อ...
นั่งไปได้สักพัก เห็นวิวระหว่างทาง โอ้โฮ ธรรมชาติสุดๆ ฟินค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เราแวะถ่ายรูปกันเรื่อยๆ เพราะมันสวยจริงๆ
ระยะทางค่อนข้างไกล และถนนเป็นหิน ดิน ขรุขระ เป็นอย่างที่คุณลุงบอกจริงๆ
เราว่ามันคุ้มเกินกว่า 400 บาทที่ลุงขอเพิ่มซะอีกนะเนี้ย ยิ้มออกแล้ว 555
วิวก่อนเข้าบลูลากูล3 ก็จะฟินประมาณนี้แหละค่ะ วิวหลักล้านจริงๆ
 
 
 
 
เมื่อมาถึง ลงรถเท่านั้นแหละ เห้ย!!! คือมันดีจริงๆ วิว บรรยากาศมันสุดยอดไปเลย
 
 
 
 
 
 
 
 
นักท่องเที่ยวไม่เยอะ สามารถเล่นน้ำได้ มีเรือให้พาย โหนสริงได้
 
 
 
เราไปถึงประมาณเที่ยง ก็เริ่มหิวแล้ววววว
ได้เวลาหาอะไรใส่ท้องแล้วสินะ 555
ที่นี่มีร้านขายของ อาหารตามสั่ง เราเลยแวะเข้าไปดูเมนูอาหาร
สรุปว่าได้ ข้าวกระเพราหมู , ไก่ , ส้มตำลาว มาลองชิมกันค่ะ
 
 
 
 
ค่าเสียหาย 270 บาท (เบียร์ไม่ใช่นะคะ)
เราก็จัดการกันด้วยความหิว เยอะมากเราทานกันไม่หมด 555
เรานั่งดูวิว ถ่ายรูป แต่ไม่ได้เล่นน้ำเพราะไม่ได้เตรียมชุดไปเปลี่ยน ที่นี่คนไปไม่เยอะ มีแต่นักท่องเที่ยวเกาหลีส่วนใหญ่ คนไทยบางส่วน ฝรั่ง คือเราชอบที่นี่ค่ะ มันดีจริงๆ
นั่งส่องโอปป้าวนไปค่ะงานดีจริงๆ 555
 
 
 
 
นั่งดื่มด่ำบรรยากาศสักพักก็ได้เวลากลับไปเอาของที่ฝากไว้ที่พักเพื่อมาเช็คอินเข้าที่พักคืนที่2 สำหรับเราคุ้มจริงๆ สนุกมากค่ะ (ถ้าได้เล่นน้ำจะสนุกกว่านี้)

ระหว่างทางมีแก๊งคื Adventure ขับรถมาน่าสนุกมากๆเลย แต่...น้ำมันดีดใส่พวกเราจ้า
แหม่!!! โคลนสีส้มๆ หึหึ

”ระหว่างทางไปแต่ละจุด เราสามารถขอให้คุณลุงจอดแวะถ่ายรูปตามที่ต้องการได้เลยนะคะ”
ใครสนใจเหมาตุ๊กตุ๊ก พาเที่ยวสามารถติดต่อได้เลยค่ะ
ชื่อลุงบุญ โทร : 02055689184
คุณลุงใจดีมากๆ พาเราเที่ยวแบบไม่ใช่ทัวร์นะ เราจัดกันเอง
 
 
“แพลนที่เราตั้งใจมาคือเราจะซื้อทัวร์ One Day Trip เพราะจะมีไกดืพาเราไปแต่ละจุดตามที่เราซื้อ แต่ด้วยสภาพอากาศฝนตกตลอดทั้งวันเลย เราเลยเปลี่ยนใจ ตกลงกับเพื่อนๆว่าเช่าเหมารถเที่ยวกันเองดีกว่ามั้ย ซึ่งมันคุ้มกว่านะสำหรับเรา ไม่ต้องทำเวลาจะอยู่ตรงนี้ถ่ายรูปนานเท่าไหร่ก็ได้
เรามันสายอินดี้หน่อยๆ 555 ใครมาอยากทำแบบเราก็ได้นะ
หรือถ้าฝนไม่ตกใครอยากแว้นมอเตอร์ไซด์ขับแบบชิวๆ ก็ได้เนอะ
 
 
เมื่อกลับมาถึงที่พัก มาเอาของที่ฝากไว้ เราเลยขอให้คุณลุงแวะส่งที่ที่พักคืนที่ 2 หน่อยได้มั้ยค่ะคุณลุงใจดีไปส่งจ้า ซึ่งจริงๆมันไม่ไกล เดินไปได้สบายๆ 555
 
มาแว้วววกับที่พักของคืนที่สองค่ะ
Check In เข้าที่พัก Malay Great house เราจองผ่านเวปมาเช่นกัน
ราคา 1200 บาท/คืน เราพักกัน 3 คน
 
 
เข้าที่พักเปลี่ยนชุด แยกย้ายพักผ่อนกันตามสบาย เตรียมตัวลุยสำหรับคืนนี้...
พักผ่อนได้สักก็เริ่มออกไปเดินหาอะไรกินกันดีกว่า...

เราแวะร้านกาแฟชื่อ Prince Coffee สั่งเครื่องดื่มคนละอย่างคือ โกโก้เย็น,
เอสเปสโซ่เย็น, สัปรดนมสดสมูทตี้
 
 
 
 
 
 
นั่งชิวๆได้สักพัก เราเลยมีความคิดว่าไปถ่ายรูปที่ “เวียงธารา” กันมั้ย

เดินจากร้านไปเป็นระยะทาง 1.2 กม. (ไป-กลับ ใช้เวลา 1 ชม.) 
เราเดินไปกันนะ ไปทางเดียวกับบลูลากูล ข้ามสะพานแม่น้ำซองไปค่ะ รู้งี้แวะตอนเช้าดีกว่า T_T
พอไปถึง มีป้ายเขียนว่า “เฉพาะแขกผู้เข้าพักเท่านั้น” 
แต่เราเดินมาตั้งไกล เลยเข้าไปสอบถามที่พักและขอแวะถ่ายรูปแปบนึง
 
 
 
 
 
 
ถ้ามีโอกาสจะกลับไปพักที่นี่ บรรยากาศดีมากๆเลยค่ะ
และก็เดินกลับเหมือนเดิมจ้า ออกกำลังกายกันเนอะ 555
เราเดินผ่านถนนคนเดินแต่เราไม่ได้แวะเพราะยังไม่ถึงเวลาเปิด เราไปเร็ว
แวะร้านซากุระบาร์ ก็ยังไม่เปิดจ้า ร้านเปิด 19.30 น. จ้า
งั้นกลับมาที่พักก่อนดีกว่า นั่งกินมาม่าที่เราเตรียมมายังเหลืออยู่ 555 
ซดน้ำร้อนๆ ฟินไปอีก กับบรรยากาศฝนตกพร่ำๆ
 
 
อิ่มท้องก็นั่งเล่นรอเวลาไปชิมเบียร์ลาวกันคืนนี้...
พอได้เวลาเราก็ออกไปซากุระบาร์ ซื้อเบียร์ลาวชิมคนละขวด ค่าเสียหายคนละ 80 บาท

รสชาติก็คล้ายๆเบียร์ช้างบ้านเรา ที่นี่เป็นคล้ายๆร้านนั่งชิวบ้านเรา 
มีนั่งท่องเที่ยวหลากหลายมาเที่ยว ช่วงเวลา 20.00 -21.00 น. 
จะมีเบียร์ฟรีให้เรากิน เราหยิบมาชิมแก้วนึง รู้สึกไม่ถูกปาก 555 เลยจบที่เบียร์ลาวเหมือนเดิม
 
 
 
ที่นี่จะมีเวทีกลางให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปแดนซ์ ดึกๆจะมีคนขึ้นไปเต็มเลย และมีคนโปรยเงินกีบด้วยนะ 
เราก็ไม่รู้ว่าเป็นวัฒนธรรมบ้านเขาหรือเปล่าเนอะ ><
นั่งได้สักพักเราก็กลับเนื่องจากเราปวดท้อง และเจ็บเท้ามาก กลับที่พัก อาบน้ำนอนกันค่ะ
พรุ่งนี้เตรียมตัวตื่นเช้าไปทำบุญที่วัดเนื่องจากวันอาสาฬหบูชา
คืนนี้นอนหลับฝันดีจ้า...
 
 
Day 3 : 27-07-2018

ตื่นเช้าเตรียมตัวไปทำบุญ ที่วัดใกล้ๆกับที่พัก สามารถเดินไปได้ค่ะ
เราซื้อเป็นของแห้ง การใส่บาตรคล้ายๆบ้านเราเลยค่ะ
แต่ใส่เป็นข้าวเหนียว “แต่วันนี้มีการใส่บาตรอาหารแห้ง”
เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 – 09.00 น.โดยประมาณ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ราใส่เสร็จแล้วกลับกันเลยค่ะเพราะเรานัดรถมารับที่ที่พักเวลา 09.30 น.
เพื่อไปขึ้นรถที่ บขส. เดินทางกลับเวียงจันทน์กันค่ะ
กลับมาจากวัดแล้วมาทานอาหารเช้าที่ที่พักเตรียมให้
โดยเมนูเราเป็นคนเลือกเองว่าจะทานอะไร (มีเมนูให้เลือกค่ะ)
 
เมนูที่พวกเราเลือกคือ
- แซนวิสไข่ดาว อร่อยดีค่ะ ขนมปังนุ่ม ไข่ดาวไม่เหม็นคาว
- ไข่ข้น อันนี้น่าทานค่ะ อร่อยดีเหมือนกัน - ไข่ดาว 2 ฟอง
และมีขนมปังให้คนละก้อน แต่เราไม่ทานค่ะ 555 มีชา กาแฟ ผลไม้ให้ด้วยค่ะ 
 
 
 
 
 
ทานเสร็จเราก็เก็บของรอรถมารับ...
ถึงเวลาออกเดินทาง... นั่งรถยาวไปอีกประมาณ 4 ชม. หลับยาวจ้า
หลับๆตื่น แล้วก็มาถึงเวียงจันทน์ เราว่าขากลับเร็วหว่าขาไป 555

ลงรถเดินหาที่พัก จริงๆเราจองที่พักมาแล้ว แต่เกิดอยากเปลี่ยน
เดินๆไปลองหาดู แต่เริ่มอยากเข้าห้องน้ำ เลยแวะร้านกาแฟก่อน...
 
 
 
 
 
 
สั่งเครื่องดื่มคนละแก้ว ขอที่ร้านเข้าห้องน้ำ แล้วเดินต่อไปหาที่พัก
เดินๆไปยังหาที่ถุกใจไม่ได้....เริ่มหิวแล้ววววววค่ะ
แวะทานก๋วยเตี๋ยวสักหน่อย....แล้วกันนะ
 
 
 
อิ่มท้องแล้ว...เดินไปหาที่พักต่อ...หาไปๆ เราเลยตกลงกันว่างั้นลองไปดูที่พักที่เราจองมาก่อนมั้ย

เราเลยเดินไปหาที่พักที่ชื่อว่า New Laos Paris ถึงหน้าที่พักใจเริ่มหวิวๆ

ทำไมมันไม่มีคนเลยล่ะ?? เดินเข้าไปด้านใน มี พนง. อยู่ 2 คน

ดูโดยรวบไม่มีความพร้อมในการให้บริการเลยค่ะ.....(แต่เราอ่านรีวิวมาส่วนนึงว่าค่อนข้างเก่า แต่เราไม่คิดว่าจะเก่าขนาดนี้)

เราก็คิดเอาว่าภายนอกอาจจะดูเก่า ในห้องอาจจะโอเคก้ได้นะ เพราะเราแค่นอนเฉยๆ
Check In จ่ายเงินเรียบร้อย “พนง.บอกว่าเดี๋ยวเอาผ้าเช็ดตัวให้นะครับ”

เอาแล้วไง คิดในใจทำไมผ้าเช็ดตัวไม่อยู่ในห้องละ?? ก็ยังเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะไม่มีอะไรก็ได้นะ

พี่ในกลุ่มได้กุญแจ เดินขึ้นไปเปิดห้องเท่านั้นแหละ โอ้ววววว!!!! แม่เจ้า !!!! ทำไมมันไม่เหมือนในรูปตอนที่จะขายห้องเลยล่ะ คือมันเก่ามากที่สุด ไม่น่านอน ไม่มีความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตเอาเสียเลย สายไฟโยงออกมาด้านนอกอีก หืมมมมมมมมมม หงุดหงิดละ

เราเลยตกลงกันว่าหาที่ใหม่เถอะ เลยลงมาถาม พนง. ว่าทำไมไม่เหมือนในรูปที่ลงละค่ะ 
พงน. ตอบว่าห้องที่เราต้องมาปิดปรับปรุง เลยเอาห้องนี้ให้แทนนนนนนนน 

เราเลยบอกว่างั้นขอยกเลิก เพราะดูไม่ปลอดภัยเลย พนง.ก็บอกว่าถ้ายกเลิกต้องเสียเงิน 50% 
เราบอกว่าได้ไปหาใหม่ที่ปลอดภัยดีกว่า พนง.ก็บอกว่า ขอโทษ.

เราไม่ได้ถ่ายรูปห้องมานะคะ เนื่องจากไม่ทันคิด กำลังเฟลมาก
หลังจากออกจากโรงแรมที่นี่มา ก็ค้นหาข้อมูลที่พักใหม่ เดินไปหาไป 

นี่คือหน้าของคนเฟล
 
 
เจอที่พักชื่อว่า Mixok Inn ราคา 840 บาทรวมอาหารเช้า สำหรับ 3 คน
ห้อวโอเคระดับนึง เอาล่ะนอนที่นี่ละกันนะคืนนี้ 

Check Inn เข้าที่พัก เก็บของพักผ่อน แล้วค่อยว่ากันใหม่ (เพราะมันเฟลๆ เลยทำให้ไม่ค่อยสนุกละ)
นอนเล่นไปสักพัก...ก็ได้เวลาออกไปเดินเล่นถ่ายรูปกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เดินวนถ่ายรูปประมาณ 1 ชม. ก็เดินกลับมายังที่พัก 
เพื่อมาเตรียมตัวไปเวียนเทียนที่วัดอยู่ตรงข้ามที่พักเลยค่ะ (ลืมชื่อวัด 555)
 
 
 
 
เมื่อเวียนเทียนเสร็จเรากลับที่พัก อาบน้ำ พักผ่อน....คืนนี้หลับฝันดีน๊า


Day 4 (28-07-2018)

วันนี้เราตื่นเช้าเหมือนเดิม อาบน้ำ เก็บของ แล้วลงไปทานอาหารเช้ากันค่ะ
 
แล้วเราก็ขอ พนง. ฝากของไว้ก่อน เพราะจะออกไปถ่ายรูปกันค่ะ

วันนี้เราไปเริ่มกันเลยค่ะ...
พิพิธภัณฑ์ศรีสระเกตุ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว
 
 
 
 
 
 
 
เดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ผ่านตลาดเช้า และ บขส.เวียงจันทน์

เราเลยแวะถามรอบรถกลับอุดรกันค่ะ รอบรถมีหลายรอบ
เราเลยจองรอบ 11.30 น. กันค่ะ แต่ว่าลืม Passport แต่ยังพอมีเวลาอยู่อีกเยอะ

เราเลยเดินไป "ประตูไซ"
 
 
 
หลังจากที่เดินถ่ายรูปเสร็จเราก็เหมารถสกายแลปกลับไปเอาของที่ฝากไว้กัน
และก็กลับไปขึ้นรถที่ บขส.เวียงจันทน์ เราจองตั๋วรอบ 11.30 น.แต่รถมาเกือบ 12.00 น. จ้า

**สำหรับเรา เวียงจันทน์ เป็นเมืองหลวงคนเยอะ รถเยอะ ค่อยข้างวุ่นวาย มีเด็ก ผู้ใหญ่เดินมาขอเงิน
คล้ายๆขอทานบ้านเราง่ะ เราไม่ค่อยโอเคในหลายๆอย่าง**
 
 
หลังจากขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังด่าน ถึงด่านเราลงไปซื้อบัตร One Day Ticket ราคา 50 บาท(วัน ส-อ)
ต่อแถวเพื่อ Stamp Passport แล้วเดินไปสอดบัตร One Day Ticket ข้ามไปขึ้นรถที่จอดรออยู่

เสร็จแล้วรถจะมาจอดตรง ตม. ตรวจคน เราลงรถพร้อมสำภาระ 
ไปต่อแถว Stamp Passport อีกครั้ง แล้วจะมี เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋า เมื่อผ่านก็เดินไปขึ้นรถ

เสร็จเรียบร้อยเดินทางไปยังอุดรต่อจ้า
 
 
สำหรับเราทริปนี้ เราประทับใจ วังเวียง มาก เราชอบบรรยากาศ ผู้คน นักท่องเที่ยว
เราว่ามันมีเอกลักษณ์หลายๆอย่างอยู่ในตัวของมันเอง
ถ้ามีโอกาสจะกลับไปเที่ยวอีกครั้งค่ะ...
 
 
การเดินทางครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ ตัวเอง เพื่อนร่วมเดินทางทุกคน
ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องเฟลไปบ้าง แต่เราก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เดินทาง
มีเรื่องราวมากมายให้เราพบเจอ ไม่สำคัญเลยว่าปลายทางจะสวยงามหรือไม่
ที่สำคัญอยู่ที่เรื่องราว “ระหว่างทาง” มากกว่านะ : )
 
 
แล้วพบกันใหม่ ทริปต่อไปนะคะ

บ้าบบาย...


รัก : )
เด็กหญิงพัชมน
30.08.2561
 
 
 
ฝากติดตามด้วยนะคะ
ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
 
IG: Patchajoo__m
FB: ระหว่างทาง
 
ปล. รูปถ่ายอาจจะไม่ชัดนะคะ เพราะมีการปรับขนาดไฟล์ภาพ
Camera : Samsung A6+ , Fuji XT10 , Sony
App : VSCOcam

2 Like(s)

VIEW 5,959