Register Member   |      Login

หน้าแรก > Seasons Change @Phuket 

Image

Seasons Change @Phuket 

by Kwanta Thansa 21/08/2018

โดยปกติพวกเราเลือกมาเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต กันในช่วงที่เป็น high season (ธันวาคม – มีนาคม) หรือไม่ก็ในช่วงเดือนที่คิดกันว่าน่าจะพอมีโอกาสได้ออกไปเที่ยวตามเกาะอื่นๆกันบ้างอย่าง พฤศจิกายน และเมษายน แต่ถ้าสามารถหาตั๋วเครื่องบินราคาถูกๆได้ไม่ว่าจะเป็นช่วงมรสุมเข้าทางฝั่งทะเลอันดามันพวกเราก็จองมาเที่ยวกันค่ะ และสืบเนื่องจากข่าวเรือล่มที่ภูเก็ตเมื่อเดือน กรกฎาคม ที่ผ่านมาแล้วทำให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตเป็นจำนวนมากทำให้พวกเราอยากนำเสนอกิจกรรมอื่นๆที่สามารถทำทดแทนกันได้หากฝนฟ้าและคลื่นลมทะเลไม่เอื้ออำนวยให้ออกไปเที่ยวตามเกาะต่างๆอย่างที่พวกเราเคยเจอมรสุมเข้าที่ภูเก็ตเต็มๆเมื่อไปเที่ยวภูเก็ตมาในครั้งล่าสุดนี้ค่ะ แต่พวกเรายังถือว่ามีโชคอยู่มากที่สมาชิกในกลุ่มเป็นคนพื้นเพของที่นี่และอาสาพาเที่ยวรวมทั้งเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำเพื่อนๆและน้องๆจนพุงกางกันไปทีเดียวค่ะ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

วันแรกที่พวกเราเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติภูเก็ตนั้นก็เกือบจะ 11 โมงแล้ว ดังนั้นพอพวกเราออกจากสนามบินได้ก็ตรงดิ่งไปหาอาหารกลางวันรับประทานกันที่ร้านอาหารน้ำย้อย ซึ่งตั้งอยู่ที่ 63/250 ถนน ร่วมพัฒนา ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เพื่อไปลิ้มลองอาหารพื้นบ้านของคนในพื้นที่กันค่ะ อาหารแนะนำของทางร้านจะเป็นพวกอาหารปักษ์ใต้ที่มีรสเป็นเอกลักษณ์ ร้านเปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น.  อาหารที่พวกเราสั่งมาลองได้แก่ แกงคั่วหอยขม ต้มยำทะเลน้ำใส กุ้งแม่น้ำผัดซอสมะขาม และใบเหลียงผัดไข่ รสชาติอาหารอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆค่ะ โดยเฉพาะแกงคั่วหอยขมจัดว่าเด็ดมากค่ะ

...โฉมหน้าเพื่อนสาวคนสวยของพวกเราที่มีพื้นเพเป็นชาวภูเก็ตโดยกำเนิด และดูแลพวกเราเป็นอย่างดีตลอดทริปนี้ค่ะ...

หลังจากนั้นพวกเราก็เอาของไปเก็บที่พักซึ่งตั้งอยู่แถวย่านสามกองและพักผ่อนตามอัธยาศัยเพื่อรอให้ฝนหยุดตกอยู่ในห้องพักเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงออกมาเดินเที่ยวในเขตตัวเมืองเก่าเพื่อชมสถาปัตยกรรมโบราณแบบชิโน-โปรตุกีส ย่านถนนถลาง ถนนเยาวราช ถนนกระบี่ และถนนพังงา ซึ่งในปัจจุบันนี้มีพวกรูป graffiti ต่างๆถูกวาดเอาไว้ตามกำแพงเป็นจำนวนมากรอให้พวกเราไปถ่ายรูปเพื่อเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกกันด้วยค่ะ 

พอเดินเที่ยวชมแถวนี้จนพอใจแล้วพวกเราก็ไปหาอาหารเย็นรับประทานกันที่ร้านหอยป้ายแดง สาขา 2 ค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถ.ประชาอุทิศ 1 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ที่นี่เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 – 24.00 น.  ร้านนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบของอาหารทะเลที่สด สะอาด อาหารอร่อย และราคาไม่แพงค่ะ 

ในช่วงค่ำคืนก็จะมีนักดนตรีมาบรรเลงเพลงให้ฟังกันสดๆที่นี่ด้วย

ส่วนอาหารในมื้อนี้พวกเราเลือกสั่งปลาหมึกนึ่งมะนาว ยำกุ้งปลาดุกฟู หอยแครงลวก และหอยตลับต้มตะไคร้

หลังจากอิ่มอร่อยจากอาหารมื้อนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วพวกเราก็เดินทางกลับที่พักเพื่อพักผ่อนกันค่ะ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ในวันรุ่งขึ้นของวันที่ 2 ของทริปนี้ พวกเรารองท้องด้วยขนมและเครื่องดื่มที่ทางที่พักจัดเตรียมเอาไว้ให้ก่อนจะออกเดินทางไปรับประทานขนมจีนกันเป็นอาหารเช้าค่ะ

พวกเราอยากบอกเพื่อนๆว่าเวลาออกไปเที่ยวต่างถิ่นอย่าลืมที่จะทำตัวให้กลมกลืนกับคนในท้องถิ่นที่เราไปเยี่ยมเยือนด้วยนะคะ อย่างน้อยถ้ามาเที่ยวทางภาคใต้ในตอนเช้าก็ต้องลองอาหารเช้าที่คนในพื้นที่รับประทานกันอย่างขนมจีน ติ่มซำ และอาหารของพี่น้องมุสลิมกันบ้างค่ะ โดยเช้านี้พวกเราเลือกไปรับประทานอาหารเช้ากันที่ร้านขนมจีนแม่ติ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ 65 ถ.สตูล ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต ร้านนี้เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00 – 12.00 น. พวกเราอยากบอกว่าอาหารของที่นี่ขายดีมากค่ะ ขนาดพวกเราไปถึงประมาณ 8 โมงเช้า ของบางอย่างก็ขายไปเกือบจะหมดแล้ว

ในการรับประทานอาหารที่นี่ก็ไม่ยากค่ะ ใครอยากรับประทานอะไรก็หยิบและตักเอาเองเลย พอถึงเวลาคิดค่าอาหารก็แค่เรียกให้คนมาเก็บเงินและบอกรายการต่างๆที่ได้รับประทานไปค่ะ การมารับประทานอาหารที่นี่ทำให้รับรู้ได้ถึงความเป็นมิตรและความไว้เนื้อเชื่อใจของกันและกันมากขึ้นทีเดียวค่ะ และนี่คือหน้าตาอาหารเช้าของพวกเราในมื้อนี้ค่ะ

จากนั้นพวกเราก็มุ่งหน้าไปเที่ยวที่จุดชมวิวเสม็ดนางชี ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา กันค่ะ

ที่นี่จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่ที่กำลังมาแรงในช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมานี้เนื่องจากเป็นจุดที่ใช้ชมวิวอ่าวพังงาได้ทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถติดต่อขอพักค้างคืนที่นี่เพื่อชมความงดงามของดวงดาวในยามค่ำคืนได้อีกด้วย จุดชมวิวนี้เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 4.00 – 22.00 น. โดยพวกเราต้องเสียค่าเข้าชมพื้นที่และค่ารถบริการขึ้นไปที่จุดชมวิวในกรณีที่เราไม่อยากเดินขึ้นไปเองด้วยค่ะ

ระหว่างเดินไปขึ้นรถของทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลจุดชมวิวแห่งนี้

สิ่งที่ได้เห็นจากจุดชมวิวแห่งนี้ช่างงดงามควรค่าแก่การเดินทางมาเยี่ยมชมมากค่ะ ถึงแม้ฝนที่ตกลงมาจะทำให้สภาพพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางมา และอาจทำให้ความงดงามของอ่าวพังงาลดลงไปบ้าง แต่การที่ฝนตกก็มีข้อดีคือไม่ทำให้บริเวณนี้ร้อนมากจนเกินไปเพราะบริเวณนี้แทบจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้เข้าไปหลบยืนขอร่มเงาให้พักตอนแดดออกเลย นอกจากนี้แล้วยังทำให้เห็นความงดงามของอ่าวพังงาในแบบที่แตกต่างออกไปจากตอนที่ฟ้าสดใสด้วยค่ะ

หลังจากอิ่มเอมกับความงดงามของที่นี่แล้วพวกเราก็เดินทางมาหาอาหารกลางวันรับประทานกันที่ร้านปูดำ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งจัดเป็นร้านเก่าแก่ที่คนในพื้นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. เนื่องจากพวกเราเดินทางมาถึงที่นี่ก็บ่ายโมงกว่าไปแล้วทำให้พวกเราได้อาหารต่างๆมารับประทานกันในเวลาอันรวดเร็วเพราะทางร้านมีคนมาใช้บริการอยู่ไม่เยอะมากนัก อาหารที่พวกเราสั่งไปก็มีห่อหมกทะเล หน่อไม้น้ำผัดกุ้ง แกงเหลืองปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน ปลาทรายทอดกรอบ ผัดสะตอกุ้งสด และปูผัดผงกะหรี่

เมื่อเดินทางมาถึงที่พักในช่วงเย็นพวกเราต่างก็แยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนที่จะออกไปหาอาหารเย็นรับประทานกันที่ร้านทุ่งคากาแฟ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจุดชมวิวเขารัง ถ.ปฏิพัทธิ์ อ.เมืองภูเก็ต พวกเราไม่เคยพลาดที่จะมารับประทานอาหารเย็นที่นี่กันทุกครั้งเวลาที่มาเที่ยวภูเก็ตเพราะอาหารกับบรรยากาศของร้านนี้จัดว่าดีมากนั่นเองค่ะ มาครั้งนี้ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่ากิจการของทางร้านดำเนินไปได้ด้วยดีจนต้องขยายบริเวณออกมาจากแต่ก่อนเยอะทีเดียวค่ะ

รายการอาหารของพวกเรามียำผัดกูดกุ้งสด น้ำพริกกุ้งเสียบ แกงเหลือง และปลากะพงทอดราดซอสมะขาม

ตบท้ายด้วยผลไม้รวมทอดกรอบค่ะ

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพวกเราก็ออกมาเดินย่อยอาหารที่จุดชมวิวเขารังเพื่อชมความงดงามของตัวเมืองภูเก็ตในยามค่ำคืน รวมทั้งชมหอแห่งเกียรติยศ 100 ปี ซึ่งตั้งอยู่ที่นี่ด้วย

พอกลับมาถึงที่พักพวกเราก็แยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัยเพื่อเก็บแรงเอาไว้เที่ยวชมสถานที่ต่างๆในวันรุ่งขึ้นกันค่ะ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

อาหารเช้าของวันที่ 3 ของทริปนี้ พวกเราเลือกมาทานติ่มซำที่ร้านไออุ่นติ่มซำ ซึ่งตั้งอยู่ที่สามกอง ถ.เยาวราช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต ค่ะ ที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00 – 12.00 น. เนื่องจากติ่มซำที่นี่เป็นแบบทำเองภายในครอบครัวจึงทำให้รายการติ่มซำมีไม่มากเหมือนร้านติ่มซำใหญ่ๆค่ะ  และนี่คือโฉมหน้าของติ่มซำที่พวกเราเลือกรับประทานกับน้ำชาจีนแบบร้อนค่ะ

จากนั้นพวกเราก็ออกเดินทางไป “วัดไชยธาราราม” หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม “วัดฉลอง” นี้ตั้งอยู่ใน อ.เมืองภูเก็ต คนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่นิยมมานมัสการพระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี หรือหลวงพ่อแช่ม ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสของวัดในสมัยรัชกาลที่ 5 ท่านมีชื่อเสียงทางด้านการปรุงยาสมุนไพร และรักษาโรค นอกจากนี้ที่วัดยังมีพระบรมสารีริกธาตุซึ่งถูกอัญเชิญมาจากวัดสัมโพธิวิหาร ประเทศศรีลังกามาประดิษฐานอยู่ที่พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านหลังของวัดฉลองแห่งนี้เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชน เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 7.00 - 17.00 น.

พอออกจากวัดฉลองแล้วพวกเราก็ออกเดินทางไปสักการะ “พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี” หรือ “พระใหญ่” ซึ่งตั้งอยู่บนเขานาคเกิด ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต องค์พระเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบร่วมสมัย หน้าตักกว้าง 25.45 เมตร สูง 45 เมตร โดยมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ใช้หยกขาวจากพม่าประดับผิว พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรีนี้ถูกก่อสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสันติ ความสามัคคีและความหวังของชาวภูเก็ต ที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 8.00 - 19.00 น.

เสร็จแล้วพวกเราก็ออกเดินทางไปหาดราไวย์เพื่อหาอาหารกลางวันรับประทานกันค่ะ และแน่นอนว่าพวกเราก็ไม่เคยพลาดที่จะมาหาอาหารนั่งรับประทานกันที่นี่เวลามาเที่ยวที่ภูเก็ตค่ะ นั่นเป็นเพราะว่าเราสามารถหาซื้อพวกอาหารทะเลแบบสดๆได้ในราคาที่ไม่แพงมากและนำไปให้ร้านแถวนั้นประกอบอาหารตามที่ต้องการได้เลย พวกเราเลือกใช้บริการปรุงอาหารของทางร้านมุขดีหรือมุขมณีซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ของที่นี่และทำอาหารได้ถูกปากพวกเราเป็นอย่างมากค่ะ อาหารที่พวกเรารับประทานในมื้อนี้มี กุ้งมังกรสามรส ปลากะพงนึ่งมะนาว ปูไข่นึ่ง ปลาหมึกผัดไข่เค็ม หอยชักตีนลวก และหอยนางรมทรงเครื่องค่ะ...อยากบอกว่าอาหารในมื้อนี้ดีงามมากค่ะ…

หลังจากนั้นพวกเราก็ออกเดินทางมาชมแหลมพรหมเทพซึ่งจัดเป็นผืนดินที่อยู่ใต้สุดของจังหวัดภูเก็ต เป็นที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพื่อมาดูแสงสุดท้ายยามพระอาทิตย์ตกดินที่นี่กัน เราอาจจะมีโอกาสได้เห็นบรรดาคู่รักจับมือกันมาถ่ายรูปที่ใช้ในงานแต่งงานเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกที่นี่ด้วยค่ะ ใครมาจังหวัดภูเก็ตแล้วไม่ได้มาเยือนที่นี่ถือได้ว่ายังมาไม่ถึงภูเก็ตนะคะ

นอกจากนี้แล้วบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ผู้ซึ่งเป็นองค์พระบิดาของทหารเรือไทย และประภาคารกาญจนาภิเษกซึ่งสร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี

ระหว่างเดินทางกลับที่พักพวกเราก็แวะชมวิวที่จุดชมวิวกะรน ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นชายหาดซ้อนกัน 3 หาด คือหาดกะรน หาดกะตะ และหาดกะตะน้อย ที่นี่นักท่องเที่ยวยังสามารถมองเห็นองค์พระใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเขานาคเกิดได้ไกลๆอีกด้วย

แวะลงเดินเล่นหาดป่าตองเก็บหอยเล่นก่อนปล่อยคืนลงสู่ท้องทะเลค่ะ

หลังจากกลับถึงที่พักแล้วพวกเราก็เดินออกไปหาข้าวต้มกุ๊ยข้างหน้าปากซอยที่พักรับประทานกันง่ายๆก่อนแยกย้ายไปพักผ่อน (ลืมถ่ายรูปเอาไว้จึงไม่มีรูปมาให้เพื่อนๆได้ชมกันค่ะ)
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ในวันสุดท้ายของทริปนี้ พวกเราเลือกมารับประทานติ่มซำที่ร้านเจ้าสัวติ่มซำ ซึ่งเป็นร้านดังของสามกองเป็นอาหารเช้ากันค่ะ ร้านนี้ตั้งอยู่ที่สามกอง ถ.เยาวราช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต ที่นี่มีติ่มซำและอาหารอร่อยๆให้เลือกมากมายค่ะ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00 – 12.00 น.

หน้าตาของอาหารเช้าที่พวกเราเลือกมาลองกันค่ะ

ด้วยความที่เที่ยวนี้พวกเรายังไม่ได้ลิ้มลองอาหารของพี่น้องมุสลิมที่นี่ ดังนั้นพวกเราจึงเดินไปหาข้าวหมกไก่ และไก่ทอด ที่ตั้งขายอยู่ใกล้ๆร้านเจ้าสัวติ่มซำรับประทานกันต่อด้วยค่ะ...อยากบอกว่าข้าวหมกไก่และไก่ทอดแถวนี้อร่อยใช้ได้ทีเดียวค่ะ…

จากนั้นพวกเราก็ออกเดินทางไปสักการะองค์พระผุดที่วัดพระทอง ซึ่งจัดเป็นวัดดังที่มีความเก่าแก่มากอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต วัดตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ชื่อเสียงขององค์พระผุดหรือองค์พระพุทธรูปที่โผล่พ้นจากพื้นดินมาเพียงครึ่งองค์นั้นมาจากการที่ในปีที่ “พระเจ้าปะดุง’’ แม่ทัพพม่า ยกพลมาตีเมืองถลางแล้วให้ทหารพม่าขุดนำพระผุดกลับไปแต่ไม่สามารถทำได้สำเร็จเนื่องจากเจอฝูงแตนไล่ต่อยจนต้องล้มเลิกไป  โดยองค์พระผุดองค์จริงถูกครอบด้วยองค์พระขนาดใหญ่อีกชั้นค่ะ  (ไม่แน่ใจว่ามีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นกับระบบจึงไม่สามารถลงรูปองค์พระผุดได้ค่ะ)...หลังจากนั้นพวกเราก็แวะไปเดินเล่นที่หาดในยางก่อนที่จะเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตกลับบ้านกันค่ะ  วันนี้โชคดีฝนไม่ตกเลยได้มีโอกาสเห็นหาดทรายสวยๆ ท้องฟ้าใสๆ ก่อนกลับบ้านค่ะ... 

สุดท้ายนี้พวกเราอยากฝากทิ้งท้ายกับเพื่อนๆว่า…ถึงแม้ว่าเราจะมีการวางแผนเพื่อจะไปเที่ยวหรือเล่นน้ำตามชายหาดหรือเกาะต่างๆที่มีความสวยงามเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม หากเมื่อไปถึงสถานที่จริงแล้วมีเหตุทำให้ไม่สามารถออกไปเที่ยวได้ตามที่ต้องการ การหากิจกรรมอย่างอื่นทำทดแทนเพื่อรอโอกาสที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำมากกว่าการเอาชีวิตและทรัพย์สินของเราเข้าไปเสี่ยงในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยนะคะ…ขอให้เที่ยวกันให้สนุกและปลอดภัยทุกคนค่ะ...

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

#Phuket #ExploringThailandByKT

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1 Like(s)

VIEW 410