Register Member   |      Login

หน้าแรก > Slow life @บ้านขุนสมุทรจีน 

Image

Slow life @บ้านขุนสมุทรจีน 

by Kwanta Thansa 11/04/2018

วันนี้พวกเราจะมาชวนไป slow life กันที่บ้านขุนสมุทรจีน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ กันค่ะ ครั้งนี้พวกเราอยากกลับไปดูว่าที่ชุมชนแห่งนี้มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างหลังจากที่พวกเราเคยไปเยือนมาเมื่อ 2 ปีก่อน  แน่นอนว่าครั้งนี้พวกเราก็ยังเลือกไปพักที่โฮมสเตย์บ้านขุนสมุทรจีนของผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร กันอยู่ค่ะ  (ปัจจุบันคุณโพ บุตรชายของอดีตผู้ใหญ่บ้านอย่างป้าสมรได้รับความไว้วางใจจากคนในชุมชนให้ขึ้นมารับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านแทนแล้วค่ะ) ในกรณีที่เป็นผู้ใหญ่ราคาที่พักต่อคนต่อคืนรวมอาหาร 3 มื้อของที่โฮมสเตย์แห่งนี้อยู่ที่ 600 บาท  ส่วนเด็กราคา 300 บาท โดยต้องทำการวางมัดจำล่วงหน้าเอาไว้ก่อนตามที่ตกลงกันค่ะ  เนื่องจากว่าที่วังหอยและพื้นที่ของโฮมสเตย์แห่งนี้ไม่สามารถเพาะเลี้ยงหอยแครงได้เองแล้วดังนั้นในมื้ออาหารของที่นี่จะไม่มีพวกหอยแครงให้แล้วค่ะ หากอยากรับประทานสามารถหาซื้อมาเองหรือขอให้ทางโฮมสเตย์ติดต่อซื้อหามาให้แล้วเอามาทำให้รับประทานได้ค่ะหรือว่าพวกเราจะทำกันเองก็ได้เพราะทางโฮมสเตย์ได้เตรียมเตาสำหรับปิ้งย่างเอาไว้ให้บริการที่บ้านพักแต่ละหลังด้วยค่ะ  นอกจากนี้แล้วหากผู้เข้าพักมากันเป็นกลุ่มใหญ่และอยากปลูกป่าชายเลนก็สามารถแจ้งให้ทางโฮมสเตย์ทราบก่อนล่วงหน้าเพื่อเตรียมต้นโกงกางเอาไว้ให้ใช้ปลูกป่าได้ด้วยค่ะ

 

ในครั้งนี้พวกเราขับรถมาลงกันที่ท่าเรือป้าลี่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสะพานปูนก่อนถึงชุมชนบ้านสาขลา 2 กิโลเมตร  เดี๋ยวนี้ที่นี่มีชาวบ้านนำเอาอาหารทะเลสดๆมาวางขายด้วยค่ะ  พวกเราสามารถซื้อพวกอาหารทะเลสดๆเข้าไปให้ทางโฮมสเตย์ช่วยประกอบอาหารให้ได้นะคะ  ราคาที่ขายก็ไม่แพงค่ะ  รอบนี้พวกเราเลยประเดิมด้วยการซื้อหอยตลับไป 2 กิโลกรัมค่ะ

จากนั้นพวกเราก็เดินลงมาเรียกเรือหางยาวเพื่อเข้าชุมชนบ้านขุนสมุทรจีนกันค่ะ  อัตราค่าโดยสารเรือหางยาวของที่นี่คนแรกเก็บ 100 บาท  คนต่อไปเสียค่าโดยสารคนละ 10 บาท  ใช้เวลาในการเดินทางจากท่าเรือป้าลี่มาถึงที่ท่าเรือบ้านขุนสมุทรจีนประมาณ 10-15 นาทีได้ค่ะ  โดยระหว่างล่องเรือพวกเราก็ได้ชื่นชมความงดงามตามธรรมชาติของป่าชายเลนทั้ง 2 ข้างทางไปด้วยเช่นเคยค่ะ

เมื่อมาถึงท่าเรือวัดขุนสมุทรจีนพวกเราก็เดินตรงไปตามทางเดินเรื่อยๆจนถึงโฮมสเตย์บ้านขุนสมุทรจีนของผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ  โดยพวกเราใช้เวลาในการเดินทอดน่องมาถึงที่นี่ก็ประมาณ 10 นาทีเห็นจะได้ค่ะ  หลังจากติดต่อเข้าพักเรียบร้อยแล้ว  ทางเจ้าหน้าที่ของที่นี่ก็พาพวกเราไปพักที่บ้านพักที่ชื่อ...บ้านน้องพอใจ...ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้กับบุตรสาวของคุณโพค่ะ... 

หลังจากที่พวกเราวางสัมภาระส่วนตัวกันได้ซักพักเจ้าหน้าที่ก็ยกอาหารกลางวันมาให้รับประทานกันถึงที่  อาหารกลางวันของพวกเรานั้นประกอบไปด้วย  ปลาทู  ปลานิลราดพริก  น้ำพริกกะปิกับผักสด  แกงส้ม  ผัดผักรวม  ทอดมัน  และหอยตลับผัดพริกแกง  (ขอบอกว่าฝีมือแม่ครัวของที่นี่ยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิมค่ะ  อาหารทุกอย่างในมื้อนี้อร่อยมากค่ะ) 

พอพวกเรารับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วก็ทำการนั่งพักและนอนพักกันตามอัธยาศัยค่ะ แต่เนื่องจากที่นี่ไม่มีหอยแครงให้ลงไปงมแล้วดังนั้นทางโฮมสเตย์จึงได้จัดเตรียมเรือเอาไว้ให้ผู้เข้าพักได้พายเล่นกันตามความพอใจแทนค่ะ  ช่วงประมาณบ่าย 3 โมงกว่าๆ พวกเราก็ออกไปเดินสำรวจรอบๆบริเวณใกล้เคียงโฮมสเตย์กัน  คราวนี้พวกเราเลือกมาชม “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านขุนสมุทรจีน” กันเป็นที่แรกค่ะ  เท่าที่สังเกตเห็นพบว่าการรักษาวัตถุโบราณต่างๆของที่นี่ก็ยังคงเหมือนเดิมกับเมื่อ 2 ปีที่แล้วค่ะ (เป็นที่น่าเสียดายมากที่ทางชุมชนไม่สามารถจัดเก็บวัตถุต่างๆให้ได้ดีกว่านี้ค่ะ)  

หลังจากนั้นพวกเราก็ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ “ศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชาย” กันค่ะ  ที่นี่ชาวบ้านเชื่อกันว่าท่านให้พรเกี่ยวกับความสำเร็จในหน้าที่การงาน ดังนั้นจึงมีทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะเวียนเข้ามาเพื่อทำความเคารพและขอพรกับท่านกัน

บริเวณรอบๆโฮมสเตย์บ้านขุนสมุทรจีนของผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร เปลี่ยนแปลงไปจากเมืื่อ 2 ปีก่อนมากค่ะ  มาคราวนี้มีที่ให้ถ่ายรูปเยอะมากเลย

หลังจากนั้นพวกเราก็เลือกเดินมาตามทางเท้าที่ตัดเข้าป่าชายเลนของทางชุมชนแห่งนี้จนถึง “วัดขุนสมุทรจีน” หรือ “วัดขุนสมุทราวาส” ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ติดกับปากทะเลอ่าวไทยค่ะ วิวระหว่างทางจะเต็มด้วยต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามป่าชายเลนและสัตว์ต่างๆที่พบได้ตามป่าชายเลน อย่าง ปลาตีน ปูก้ามดาบ และนกกระยางค่ะ (ไม่สามารถใช้มือถือถ่ายรูปพวกสัตว์ดังกล่าวข้างต้นได้จากระยะไกลจึงไม่มีรูปมาให้ชมกันค่ะ)

สังเกตเห็นว่ามีขยะเป็นจำนวนมากตามชายฝั่งของที่นี่ค่ะ  แต่ที่น่าดีใจก็คือที่นี่มีการจัดเก็บแยกขยะที่ดีขึ้นกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วค่ะ  มีที่ให้ทิ้งแยกขยะอยู่ตามจุดต่างๆในชุมชนค่ะ  เมื่อเดินมาถึงบริเวณหน้าวัดจะเห็นว่ามีร้านค้าขายของอยู่หลายร้านค่ะ มีทั้งร้านอาหารตามสั่ง  ร้านขายอาหารทะเลสดและตากแห้ง และร้านขายน้ำ  เป็นต้น  โดยขากลับพวกเราได้ซื้อหอยแครงของที่นี่กลับไปให้ทางโฮมสเตย์ช่วยลวกเป็นอาหารเย็นให้ด้วยค่ะ

เป็นที่ทราบกันดีว่าวัดแห่งนี้อยู่คู่กับชุมชนมากว่า 300 ปี  และแน่นอนว่าบริเวณวัดได้ถูกน้ำทะเลกัดเซาะและมีน้ำท่วมโดยรอบสามารถสังเกตได้จากร่องรอยของคราบน้ำทะเลตามสิ่งก่อสร้างต่างๆภายในวัด  และจะเห็นได้ว่าบางส่วนของที่นี่ทรุดพังลงไปมากกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว  โดยเฉพาะบริเวณภายนอกของพระอุโบสถหลังเก่า

...ภาพถ่ายครั้งนี้...

...ภาพถ่ายเมื่อ 2 ปีที่แล้ว...

ภายในพระอุโบสถมีองค์พระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเอาไว้ให้สักการะ 

นอกจากนี้ที่วัดยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม

มีพระพุทธรูปปรางค์ห้ามสมุทร และมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆอีกหลายอย่าง

พอชมวัดเสร็จพวกเราก็เดินกลับมายังที่พักผ่านทางตัวหมู่บ้านเพื่อรับประทานอาหารเย็น  โดยรวมแล้วบริเวณนี้ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากค่ะ  นอกจากว่าป่าโกงกางที่ถูกปลูกขึ้นมาบริเวณนี้โตขึ้นจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วมากทีเดียวค่ะ...เห็นแล้วชื่นใจในความพยายามของคนในชุมชนของที่นี่ที่ยืนหยัดรักษาผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษเอาไว้ค่ะ...

...บริเวณที่ปลูกป่าชายเลนในปัจจุบัน...

...บริเวณเดียวกันที่ปลูกป่าชายเลนเมื่อ 2 ปีก่อน...

พอกลับมาถึงที่พัก...พวกเราก็ได้เจอกับพี่ไก่ที่ขายข้าวต้มมัดใบจากรอต้อนรับอยู่  หลังจากสนทนากันได้ซักพักพี่ไก่ก็ช่วยยกสำรับอาหารเย็นมาให้รับประทานกันค่ะ  อาหารในมื้อนี้ประกอบไปด้วย  หอยตลับผัดพริกแกง  ปูทะเลนึ่ง  ต้มยำทะเล  หอยแครงลวก  หอยแมลงภู่นึ่ง  หอยนางรมกับเครื่องเคียง  กุ้งเหยียด  และกุ้งชุบแป้งทอด  

เนื่องจากช่วงที่ไปเที่ยวในครั้งนี้ไม่ตรงกับวันที่ชาวบ้านจับสัตว์น้ำโดยการเปิดประตูน้ำในช่วงข้างขึ้น 13, 14 และ 15 ค่ำ รวมทั้งข้างแรม 1 และ 2 ค่ำของทุกเดือน  จึงทำให้พวกเราไม่สามารถซื้อพวกอาหารทะเลสดๆจากทางโฮมสเตย์ได้เหมือนครั้งก่อนค่ะ  พวกเราเลยเปลี่ยนมานั่งสนทนากันเองและเข้านอนพักเร็วขึ้นค่ะ  พอรุ่งเช้าพวกเราก็ไม่ได้มีโอกาสใส่บาตรกับพระท่านเองอย่างครั้งก่อนเนื่องจากพายุโซนร้อนเข้าแถวนี้พอดีทำให้มีฝนตกตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงเช้า  ทำให้พระท่านไม่สามารถออกมาเดินบิณฑบาตได้เนื่องจากว่าทางเดินที่เป็นดินลื่นมากค่ะ  พวกเราจึงฝากของให้พี่ไก่ไปใส่บาตรพระท่านให้แทน  ในช่วงเวลาประมาณ 7 โมงเช้าพวกเราก็รับประทานข้าวต้มกุ้งกับเครื่องดื่มที่ทางโฮมสเตย์จัดเตรียมเอาไว้ให้  รวมทั้งข้าวต้มมัดใบจากฝีมือพี่ไก่  จากนั้นก็นั่งเล่นที่นี่กันอีกซักพักก่อนทำเรื่องออกจากที่พักค่ะ 

คราวนี้โชคดีที่ทางโฮมสเตย์ติดต่อเรือให้มารับพวกเราที่ท่าน้ำที่ทางโฮมสเตย์สามารถนำเรือออกไปส่งพวกเราได้ค่ะทำให้พวกเราไม่ต้องเดินออกไปขึ้นเรือเอง

สิ่งที่พวกเราได้จากการมาเที่ยวที่ชุมชนแห่งนี้ก็ยังคงเหมือนเมื่อครั้งก่อนคือ...สัมผัสได้ถึงความรักและความหวงแหนแผ่นดินบ้านเกิดของคนในชุมชน  ความตระหนักถึงการใช้ชีวิตให้สมดุลกับธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะได้มีทรัพยากรต่างๆเหลือมากพอที่จะส่งต่อต่อไปให้กับคนในรุ่นถัดไปได้มีกินมีใช้กัน  และแน่นอนว่าสิ่งที่อยากจะฝากทิ้งท้ายก่อนจากกันในวันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนครั้งก่อนค่ะ...ช่วยกันเก็บขยะทิ้งลงถังขยะเถอะนะคะ อย่าทิ้งลงตามที่สาธารณะเลย  เพราะขยะเหล่านั้นจะไปก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและมีผลเสียย้อนกลับมาหาพวกเราเองในที่สุดค่ะ...สุดท้ายนี้พวกเราอยากบอกว่า...ลองหาเวลามาเที่ยวที่นี่กันดูนะคะ...

 

#บ้านขุนสมุทรจีน #สมุทรปราการ #ExploringThailandByKT

2 Like(s)

VIEW 15,005

ว่างๆหาโอกาสไปเที่ยวค่ะ...อาหารอร่อย บรรยากาศดี โดยเฉพาะช่วงเช้าๆเงียบมากค่ะ ^___^...

commented on : 24/04/2018 12:47:13

อาหารล่อตาล่อใจมาก น่าไปมากๆค่ะ ><

commented on : 24/04/2018 02:50:05