Register Member   |      Login

หน้าแรก > สวรรค์มีจริง..ยกครัวเช็คอินทะเลหมอกเขาค้อ..เสน่ห์วันฝนตกพรำถึงหนาวเหน็บแต่ก็อุ่นใจ

Image

สวรรค์มีจริง..ยกครัวเช็คอินทะเลหมอกเขาค้อ..เสน่ห์วันฝนตกพรำถึงหนาวเหน็บแต่ก็อุ่นใจ

by ป้าเที่ยวละไม 24/01/2018

การเดินทางครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจเพื่อเติมเต็มความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วยการพาพ่อแม่ไปเที่ยวปีนี้ทั้ง 2 คนอายุ71ปีและ73 ปีแล้วการกำหนดวันเที่ยวการเลือกสถานที่แผนการเดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เดินทางไปด้วยกันครั้งนี้เรียกว่าเป็นผู้สูงอายุ รวมทั้งงบประมาณคิดคำนวนให้ดีๆเดี๋ยวจะเที่ยวไม่สนุก การหาข้อมูลจึงเป็นเรื่องด่วนมากเพราะขาดการวางแผนไว้ล่วงหน้าเพิ่งตัดสินใจจะไปเที่ยวกันก่อนเดินทางไม่ถึงสัปดาห์ ดังนั้นต้องมีตัวช่วยถามเพื่อนน่าจะดีสุด ถ้าชอบก็ตามรอยกันเลยซึ่งก็คิดถูกโปรแกรมเที่ยวไป“ดูทะเลหมอกที่เขาค้อ” ช่างเก๋ๆไก๋สไตล์เราจริงๆ แค่ขับรถไป 4-5 ชมได้ดูทะเลหมอกนอนนับดาวย้อนวัยสะรุ่นในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน มันจะต่างจากชมทะเลหมอกห้วยน้ำดัง” ไหมนะ ขับรถไปเองน่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนที่พักก็ถามเพื่อนค่ะเค้าหาข้อมูลไว้แล้วประหยัดเวลา จะได้เตรียมตัวเรื่องโปรแกรมการท่องเที่ยวครั้งนี้ให้ถูกจริตของทุกคน ครั้งนี้ชวนเพื่อนไปด้วยไม่งั้นเหงาแย่เลย โดยเฉพาะเพื่อนเราจะช่วยถ่ายรูปสวยๆให้ เป้าหมายครั้งนี้ไม่มีอะไรมากแค่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาให้ฉ่ำปอด เดินทางทำบุญไหว้พระ และเก็บภาพประทับใจในสถานที่ท่องเที่ยวก็พอใจแล้ว ทริปนี้มีเวลา3 วัน2 คืน การไปดูทะเลหมอกนอนนับดาวสวยๆ ท่ามกลางอากาศหนาวๆ ที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ น่าจะมีทำให้ความสุขกันได้ทุกคน


สโลแกน “นอนเขาค้อ 1 วัน อายุยืน 1 ปี” เขาค้อ“สวิทเชอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” จะโรแมนติกขนาดไหนต้องไปให้เห็นกับตา โดยเฉพาะ "วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว" ที่มีพระพุทธเจ้า5พระองค์จะงดงามมากขนาดไหน เป็นจุดไฮไลท์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศความตื่นเต้นให้กลายเป็นทริปท่องเที่ยวแห่งปีที่ทุกคนตั้งตารอเลยทีเดียว555

เริ่มต้นเช้าวันอังคารพวกเรา 4 คนออกเดินทางด้วยรถโตโยต้าวีออส ใช้ทางหลวงหมายเลข1 ถ.พหลโยธิน เส้นทางสระบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองก่อนถึงสระบุรี มุ่งหน้าลพบุรี-เพชรบูรณ์ ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอ.ต่างๆในจังหวัดลพบุรี จนถึงอ.เมือง เพชรบูรณ์      เลยอำเภอเมืองประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงแยกนางั่ว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2258 เส้นทางนางั่ว-เขาค้อ ผ่านจุดทดสอบเนินมหัศจรรย์ เส้นทางท่องเที่ยว และรีสอร์ทต่างๆบนเขาค้ออีกประมาณ 34 กิโลกว่าๆ รวมเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง การเลือกผ่านเนินมหัศจรรย์บอกเลยว่าแอบลุ้นระทึกในใจแต่ห้ามแสดงออกเพราะเป็นคนขับรถ เพื่อนที่แนะนำก็ยังไม่เคยผ่านเส้นทางนี้ พ่วงคำเตือนให้ระวังเป็นพิเศษ แต่เพราะประหยัดทั้งระยะทางและเวลาจึงยอมเสี่ยงดู เลยเป็นการเดินทางกระตุ้นน้ำย่อยความตื่นเต้นเป็นระยะๆกับเส้นทางโค้งตัวเอสตลอดทาง ในที่สุดก็ถึงที่พักบนยอดเขา(แอบปรบมือรัวๆให้ตัวเอง555) ทิวทัศน์ 2 ข้างทางจะเห็นเป็นแปลงปลูกสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน รีสอร์ท โรงพยาบาล สถานีตำรวจ รวมทั้งจุดชมวิวและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะอยู่ใกล้ๆกันหมดสามารถขับรถแวะเที่ยวตามจุดต่างๆได้อย่างสบายๆเหมือนเป็นเส้นทางวงกลมรอบเขา พวกเรามาถึงที่พัก“เขาค้อทะเลหมอกรีสอร์ท” ประมาณ 16.30 น. มาพร้อมสายฝนโปรยเย็นฉ่ำ แต่ถือว่ายังโชคดีที่เลือกพักที่นี่เพราะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดในอำเภอเขาค้อ แต่มาถคงฝนตกหนักมากคงต้องรอลุ้นที่แน่ๆคือจุดชมวิวที่นี่มองเห็นวิวทิวทัศน์ในยามเย็นสวยงามมากๆโดยเฉพาะ “อ่างเก็บน้ำรัตนัย” ที่มีภูเขาโอบล้อมช่างโรแมนติกเสียจริงๆเลย

หลังจากพักผ่อนพอสมควรก็ได้เวลามื้อค่ำแล้ว อาหารที่นี่ก็อร่อยใช้ได้ราคาเมนูเซ็ตนี้กับข้าว 4 อย่างพร้อมเบียร์อีก1ขวดแก้หนาวอยู่ที่ 880 บาท หลังจากนั้นจึงกลับที่พักพักผ่อนเพื่อเตรียมเพื่อเตรียมเที่ยวในวันพรุ่งนี้

เขาค้อทะเลหมอกรีสอร์ท

เช้าวันพุธตื่นมาตี 5 อากาศหนาวมากๆประมาณ 17 องศา ผสมผสานเสียงสายฝนที่ตกไม่มีทีท่าจะหยุด แต่ก็ยังพอมองเห็นทะเลหมอกจางๆทะลุประตูห้องจึงคว้ากล้องไปเก็บภาพเชลฟี่ที่จุดชมวิวพอเป็นพิธีแล้วออกไปกินอาหารเช้าแอบคิดในใจเอาหล่ะสิจะติดอยู่ที่รีสอร์ตหรือเปล่านะเดินทางมาจากกทม.เกือบ 400 กิโลเมตรกว่าๆ ให้เวลาฝนตกถึง 9 โมงเท่านั้น ถ้าไม่หยุดก็จะไปเที่ยวนะแล้วฝนก็ไม่หยุดจริงๆ พวกเราจึงออกเดินทางทั้งที่ฝนตกตัวเปียกปอนปนหนาวๆกันไป ข้อดีของเสน่ห์วันฝนตกทริปนี้คือถึงจะเปียกและหนาวแต่ก็อุ่นใจเพราะได้ใช้เวลากับพ่อแม่และเพื่อนสนิทมันก็จะอุ่นๆวนไป

เริ่มเดินทางออกจากรีสอร์ตเลือกเลี้ยวซ้ายลงเขาแวะเที่ยวที่แรกคือ “จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ” บรรยากาศหนาวๆแบบนี้ต้องหาเครื่องดื่มอุ่นๆมีให้เลิอกซื้อหลายร้านทั้งกาแฟร้อน ชาร้อน หรือนมร้อน แก้วละ20-25บาท ส่วนน้ำอัดลมก็มีขายหากใครอยากกินเย็นๆ

จุดชมวิวไปรษณีย์เขาค้อ

จุดต่อมาก็คือ “พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก” ตั้งอยู่ทางขวามือติดกับสำนักสงฆ์วิชมัยบุญญาราม เป็นยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา เค้าเล่าว่าหากใครได้มาเที่ยวเขาค้อควรแวะสักการะพระพุทธรูปภายในเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว และการได้ตีระฆังบริเวณด้านข้างพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก จะทำให้อายุจะยืนยาวอีกหลายปี (ต้องตีให้ครบทุกใบ) ถูกจริตแบบนี้ไม่พลาดได้ไง

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก

ลงเขาไปต่อแวะชม “ไร่บีเอ็น” ซื้อของฝากพวกพืชผักผลไม้สดต่างๆ และผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อสุขภาพ ก่อนเข้าจะเห็นวิวอุโมงค์ต้นไผ่สวยงามจับตา แวะทานมื้อเที่ยงลองกินขนมจีนหล่มสักฯ จุดขายมาเพชรบูรณ์แล้วต้องกินขนมจีนที่จัดเป็นชุดเล็ก กลาง ใหญ่ มีน้ำยากะทิ น้ำพริก น้ำยาป่า ฯ แต่รสชาติไม่ค่อยถูกปากพวกเราเลยจนแอบกระซิบให้แม่ฟังว่าสู้ฝีมือแม่ทำไม่ได้เลยนะงานนี้คนฟังยิ้มหน้าบานเลยหล่ะ

ทางเข้าไร่บีเอ็น

ขนมจีนหล่มสัก

“วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” เป็นเป้าหมายหลักสำหรับทริปนี้ แม้ว่าการจะฝนจะตกเปียกปอนจนชุ่มฉ่ำรองเท้าพังจนต้องใส่รองเท้าเพื่อน ก็ยังอิ่มเอมใจที่ได้มาแล้วครั้งหนึ่งในชีวิตในดินแดนธรรมะของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ โชคไม่ดีที่อยู่ในระหว่างการบูรณะซ่อมแซมภาพถ่ายที่ได้เลยสวยแปลกตาต่างจากภาพที่เคยเห็นกัน ยอมรับเลยว่าเป็นวัดที่สวยงามดุจติดอยู่ในดินแดนสวรรค์ เรียกว่าปิติกันถ้วนหน้าที่ได้มาไหว้พระทำบุญปิดทองลูกนิมิตรที่วัดแห่งนี้

หลังจากได้ทำบุญแล้วขาดไม่ได้คือต้องไปเช็คอินที่ร้านกาแฟพีโนลาเต้เอาใจเพื่อนสาวและต้องลองดื่มกาแฟเสียหน่อยจึงได้สั่งคาปูชิโน่เย็นมาเลย 4 แก้ว ก็คิดว่าจะได้เร็วได้รีบกลับที่พักเพราะเวลาก็ 4-5 โมงเย็นแล้ว แต่ผิดคาดต้องนานกว่า 40 นาที ไม่ใช่ไรก็ลูกค้าแน่นร้านเลยยังไงก็ตามคิว ระหว่างรอจึงได้ออกไปเก็บภาพสวยๆมุมต่างๆในร้านค้าที่ขาดไม่ได้ต้องมีภาพวิวมุมสูงของวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว น่าเสียดายท้องฟ้าวันนี้มีทั้งฝนมีทั้งหมอก จึงได้ภาพไม่ค่อยสวยเลยอีกอย่างทุกภาพถ่ายด้วยมือถือจึงไม่ได้สวยคมชัดอะไรมากนัก

ร้านกาแฟพีโนลาเต้

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วถ่ายมุมสูง

กลับมากินข้าวเย็นกันที่รีสอร์ทมื้อนี้กับข้าว 5 อย่างราคา 790 บาท

เช้าวันพฤหัสต้องเช็คเอ้าท์แล้ว เป็นเช้าอีกวันที่มีความหมายที่ได้ยืนถ่ายรูปกับพ่อแม่บันทึกความทรงจำดีๆร่วมกัน ตั้งใจแวะไปเที่ยวอีกสองสามแห่งก่อนกลับ ตอนแรกที่อ่านข้อมูล “ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ)” ก็รู้สึกเฉยๆนะ แต่ก็แอบคิดนะว่าเราควรเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเอาไว้บ้างโดยเฉพาะมาเขาค้อแล้วยิ่งพาผู้ใหญ่มาด้วยเค้าน่าจะสนใจจึงตัดสินใจออกจากที่พักเลี้ยวขวาเพื่อไป “ฐานอิทธิ” วันนี้เป็นเช้าที่หมอกลงจัดมากกว่าเมื่อวาน ขุ่นพระเวลาขับรถมองไม่ค่อยเห็นทางต้องระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะทางขึ้นเขาที่ชวนหวาดเสียวโชคดีทางขึ้นทางลงคนละทางกัน มาแล้วไม่เสียดายเวลาเลยมองวิวไหนสวยไปหมดหมอกๆอย่างนี้ยิ่งดีเลย ที่ฐานนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีตครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานปืนใหญ่สู้รบเพื่อชิงพื้นที่เขาค้อกลับคืนจากคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันใช้จัดแสดงอาวุธสงครามต่างๆ อาทิ เครื่องบินขับไล่ F-5, ปืนใหญ่, ซากรถถัง, บังเกอร์สำหรับหลบภัย ฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท แต่พ่อแม่อายุเกิน 60 ปี งานนี้เลยรับตั๋วฟรี 2 ใบ

ฐานอิทธิ(พิพิธภัณฑ์อาวุธ)เขาค้อ

ที่ต่อไปคือ “ทุ่งกันหันลม” ต้องขับรถขึ้นเขาอีกแล้วจ้าพอไปถึงจอดรถได้ก็จองตั๋วนั่งรถรางโต้ลมหนาวพาเที่ยวทุ่งกันหันลม ค่าตั๋วคนละ 60 บาท วันที่ไปเค้าประกาศไม่มีสตรอเบอรี่ให้เก็บ(ปกตินักท่องเที่ยวจะเก็บได้ฟรี) ส่วนกังหันลมวันนี้พวกเราก็ได้ยินแต่เสียงมอเตอร์ใบพัดเสียงดังมากคล้ายๆเสียงเครื่องบินแทน การถ่ายรูปต้องรอจังหวะที่แดดมาถึงจะได้เห็นใบพัดขนาดยักษ์ งานนี้เลยได้ไปยืนซื้อข้าวหลามและข้าวโพดปิ้งแทนเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งคนไทยและชาวเขา ร้านค้าขายมีทั้ง ข้าวโพดย่าง ข้าวหลามร้อนๆ หมูย่างข้าวเหนียว ก๋วยเตี๋ยว สตรอเบอรี่สด และบัวหิมะ ฯ ให้เลือกซื้อกันตามใจชอบ

รถรางโต้ลมหนาวพาเที่ยวทุ่งกันหันลม

หรือถ้าไม่ซื้อของก็ไปถ่ายรูป ที่นี่มีโล่ชิงช้าไม้ไผ่ให้นักท่องเที่ยวนั่งเล่นถ่ายรูปสวยๆแต่ต้องเข้าแถวคิวยาวมาก จุดชมวิวสวยตระกานตาสุดโรแมนติกมากๆ

เพื่อนสนิทคิดอะไร..กลับบ้านกันไหม?

ลงเขาแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับบ้าน ลองเปลี่ยนเส้นทางขับรถชมวิวจ.เพชรบูรณ์ ถึงจะอ้อมนิดหน่อยแต่ก็ได้วิวมุมใหม่ๆ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งตรงหล่มสัก-อ.ชัยบาดาล-ลพบุรี-สระบุรี และกรุงเทพฯ รวมๆแล้วก็เหนื่อยกันหน่อยๆ แต่ก็มีความสุขที่ได้มาเที่ยวด้วยกัน ในระหว่างการเดินทางก็มีการแบ่งปันเรื่องราวความสุขความทุกข์กัน จึงเป็นการท่องเที่ยวที่มีความหมายและมีความสุขมาก ใครจะรู้ว่าครอบครัวเราจะได้ไปด้วยกันอีกกี่ครั้ง ความสุขนี้เรามีได้ไม่ต้องรอขึ้นสวรรค์ ^^ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1 Like(s)

VIEW 401

@Jangbaifern ขอบคุณมากค่ะ ที่อ่านน่าไปจริงๆค่ะ ^^

commented on : 31/01/2018 10:57:54

น่าไปมากๆค่ะ

commented on : 31/01/2018 03:16:20

@Jan A E-nee Kitsada ขอบคุณมากค่ะ ฝากผลงานแนะนำด้วยนะค่ะ ^^

commented on : 24/01/2018 08:10:57

น่าเดินตามรอยมากครับ

commented on : 24/01/2018 07:57:10