Register Member   |      Login

หน้าแรก > Half Day Trip : นาวีเทียบท่า

Image

Half Day Trip : นาวีเทียบท่า

by Royal Navy 15/05/2018

ล่องเรือชม 4 สถานที่ เที่ยวน่าสนใจเกี่ยวกับทหารเรือ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    ท่ามกลางปัญหามากมายที่รอคอยการแก้ใขในกรุงเพพมหานคร เมืองหลวงของเรายังคงมีของดีและสิ่งสวยงามที่รอคอยการค้นหาจากผู้คนที่แสวงหาความสุขจากการเดินทางท่องเที่ยวไปในทุกแห่งหน ซึ่งแต่ละที่ที่เราจะพาไปวันนี้เค้าก็มีความฮิป ความชิค มีเรื่องราวมากมายรอให้เราได้ไปสัมผัส ประวัติศาสตร์ไทยและใครที่ชอบถ่ายภาพ เราจะพาไปรู้จักสถานที่มุมสวยๆที่คุณยังไม่เคยเจอหรือรู้จักมาก่อน โดยทริปนาวีเทียบท่าจัดขึ้นโดยกองทัพเรือค่ะ 

เรามาเริ่มทริปกันเลยดีกว่าค่ะ ........... จุดเริ่มต้นของทริปคือการขึ้นเรือ โดยท่าเรือที่เป็นจุด START ก็คือ ท่าเรือสะพานพุทธ

โดยคนที่เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่ตลาดยอดพิมาล ซึ่งห่างจากท่าเรือ 500 เมตร สามารถเดินมาได้ค่ะ เป็นที่จอดรถแบบลิฟท์นะค่ะ ค่าจอดรถ 3 ชั่วโมง 40 บาทค่ะ ซึ่งเราตื่นเต้นมากไม่เคยจอดรถแบบนี้เลยค่ะ เป็นการเปิดประสบการณ์เลยทีเดียว

หรือ คนที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางก็สามารถลงที่ป้ายสะพานพุทธได้เลยค่ะ

พอเดินมาถึงที่ท่าเรือ เค้าจะเปิดให้ลงทะเบียนเวลา 8.00-8.30 น. ค่ะ

ซึ่งเรามาถึง 8.00 น .พอมาถึงสิ่งแรกคือเราต้องแสกน QR CODE เพื่อรับตั๋วและป้ายห้อยคอ หางตั๋วสามารถนำมาเป็นส่วนลดในการซื้อของที่ระลึกได้

อยากจะบอกว่าของที่ระลึกน่ารักมาก ไม่ต้องถามค่ะว่าซื้อหรือไม่ คำตอบคือ ไม่เหลือค่ะ จะรออะไรค่ะจัดด่วนค่ะ 555 กลับมาที่ท่าเรือต่อค่ะ หลังจากนั้น เค้าจะมีคนคอยแจก box set ซึ่งแพคเกจก็น่ารักอีกค่ะ ด้านในจะมีอาหารว่าง คือน้ำ 1 ขวด และขนมกุฎิจีนค่ะ ซึ่งไกด์ได้บอกไว้ว่าที่นำขนมกุฎิจีนมาเป็นการช่วยเหลือชุมชนค่ะ ถือว่าเป็นทริปที่รู้สึกดีได้ช่วยเหลือชุมชนไปอีกค่ะ555

แต่ยังไม่จบค่ะไปต่อ....

หลังจากนั้นเราก็นั่งรอเพื่อขึ้นเรือเวลา 8.30 โดยไกด์เป็นคนช่วยดูหมายเลขที่นั่งและบอกตำแหน่งที่นั่งบนเรือค่ะ (หมายเลขที่นั่งจะอยู่บนตั๋วนะค่ะ)

ได้เวลาขึ้นเรือแล้วค่ะ ทริปนี้จะรับแค่ 30 คนนะค่ะ เพราะมีเพียง 30 ที่นั่งเท่านั้น

ใช้เวลาในการนั่งเรือ 10 นาทีก็ถึงที่แรกที่เราจะไปก็คือ.....   

01 พระราชวังเดิม 

08.45 น. มาถึงท่าเรือหน้าพระราชวังเดิม

ปักหมุดจุดแรกกันที่พระราชวังเดิม ภายในเขตพระราชวังเดิม ในส่วนของที่เป็นด้านในอาคารเกือบทั้งหมดจะห้ามถ่ายรูปนะคะ แต่บริเวณภายนอกสามารถถ่ายรูปได้ปกติค่ะ สิ่งก่อสร้างโดยส่วนใหญ่ที่เราเห็นอยู่นี้จะเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นมาภายหลังค่ะ

โดยหลังจากนี้ที่เราฟังประวัติศาสตร์จากไกด์มาก็คือ ที่ย้ายราชธานีไปฝั่งกรุงเทพ พระราชวังเดิมก็เป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ โดยที่แห่งนี้เป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ด้วยกันคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี 2443 ก็ได้พระราชทานพระราชวังเดิมให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ ต่อมาโรงเรียนนายเรือก็ย้ายไปที่อื่น พื้นที่ตรงพระราชวังเดิมก็ถูกใช้ในราชการของกองทัพเรือมาโดยตลอด ก่อนที่จะมีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงปี 2538 ซึ่งใช้เวลาเกือบ 10 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ

ไกด์จะให้เวลาในการเดินชมพระราชวังเดิม 45 นาที  

ต่อจากนี้ก็จะไปที่อื่นต่อค่ะ ซึ่งอยู่ติดกันก็คือ.......

02 วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

09.40 น. มาถึงวัดอรุณ

ใช้เวลาในการเดินเพียง 10 นาที เดินเข้ามาทางประตูเชื่อมพระราชวังเดิมกับวัดอรุณค่ะ 
สิ่งที่โดดเด่นอยู่คู่พระอารามแห่งนี้ก็คือพระปรางองศ์ใหญ่ที่เป็นสิ่งที่ผู้คนที่เดินทางโดย เรือในลำน้ำเจ้าพระยามองเห็นอยู่ทุกวี่วัน ยามเมื่อยืนอยู่ด้านหน้าพระปรางค์อันงามสง่า อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยกย่องฝีมือของช่างในสมัยก่อนว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวที่สร้างพระปรางค์องค์สูงใหญ่อยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำซึ่งง่ายต่อการกัดเซาะและพังทะลายของดิน

ยังคงแข็งแรงมาจนตราบถึงทุกวันนี้ได้แสดงว่าฐานรากต้องมีความแข็งแรงมาก แสดงว่าความรู้ทางด้านวิศวกรรมของคนสมัยก่อนไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าปัจจุบันเลย 

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของพระอารามแห่งนี้คงจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากพระปรางค์ที่สูงสง่าเป็นหน้าเป็นตาของกรุงเทพมหานคร เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่ปรากฎอยุ่บนตราสัญลักษณ์ต่างๆมากมายบนแผ่นดิน อีกทั้งยังสื่อความหมายถึงกรุงเทพมหานครในสายตาของชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย

เมื่อพิจารณาในระยะใกล้จะเห็นว่า องค์พระปรางค์ประดับด้วยกระเบื้องหลากสีสันทำเป็นลวดลายต่างๆ สวยงามมาก

หลังจากเดินชมวัดอรุณเสร็จภายในเวลา 45 นาที เราก็เดินไปขึ้นเรือที่ท่ายายเผือก
เพื่อไปต่อ.... ขณะนั่งบนเรือไกด์ก็มีของขายนะค่ะ เช่น พวกผ้าเย็น น้ำ พัด ค่ะ 

 03 พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี

10.45 น. มาถึงพิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี 
โดยลงท่าเรือหน้าพิพิธภัณฑ์ค่ะ ไม่ต้องลำบากเดินเข้าตรอกซอย นั่งเรือลงถึงที่เลยค่ะ

พอเข้ามาด้านในเป็นโรงเก็บเรือเลยค่ะ ทั้งพิพิธภัณฑ์มีโรงเดียวเลย มีส่วนของวีดีทัศน์ให้นั่งดู มีลำเรือต่างๆ วางเรียงรายต่อกัน และจัดแสดงอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ไว้รอบๆ
มีความดิบ มีความอินดี้ มีความมินิมอลลิสท์ 

ไกด์ก็จะเล่าประวัติให้ฟังว่าเดิมเป็นอู่หรือโรงเก็บเรือพระราชพิธี โดยมีสำนักพระราชวังและกองทัพเรือควบคุมดูแล เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 อู่และเรือพระราชพิธีบางส่วนถูกระเบิดได้รับความเสียหาย และอยู่ในสภาพทรุดโทรมต่อมาอีกหลายปี
ในปี พ.ศ. 2490 สำนักพระราชวังและกองทัพเรือได้มอบหมายให้กรมศิลปากรบูรณะซ่อมแซมเรือพระที่นั่งและเรือเก่าที่ใช้ในพระราชพิธี ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความงดงามทางศิลปกรรม ในปีพ.ศ. 2517 กรมศิลปากรได้ขอขึ้นทะเบียนเรือพระที่นั่งต่าง ๆ ให้เป็นมรดกของชาติ พร้อมกับยกฐานะของอู่เรือหลวงขึ้นเป็น
“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี”

เป็นอีกสถานที่ที่สวยงามมากๆค่ะ ต่อไปจะไปสถานที่สุดท้ายของทริปค่ะ

04 พิพิธภัณฑ์อู่ต่อเรือหลวง

11.45 มาถึงอู่ต่อเรือหลวง 
อาคารเก่าแก่หลังนี้อายุมากกว่า 100 ปี เป็นอาคาร 2 ชั้น หลังคาทรงปั้นหยา ชั้นล่างก่ออิฐถือปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้ มีระเบียงโปร่งล้อมรอบ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบขนมปังขิงรอบอาคารประดับด้วยไม้ฉลุลายที่สวยงาม ตามหลักฐานที่ปรากฏ อาคารนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งนอกจากความสวยงามและเก่าแก่แล้ว ที่หน้าจั่วของทางเข้ายังมีการเล่นลวดลายสีเขียวเป็นฟันเฟืองของลวดลายช่าง เพื่อผสมผสานกลมกลืนกับเจ้าของสถานที่ที่เคยเป็นอาคารของแผนกช่างมาก่อน

และก่อนที่เราจะได้ชมภายในพิพิธภัณฑ์ ก็ต้องมารู้ประวัติความเป็นมาคร่าวๆของกรมอู่ทหารเรือและพิธีเปิดอู่เรือกันที่ “ห้องแสดงวีดีทัศน์”กันก่อนว่า
รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอู่เรือหลวงขนาดใหญ่ขึ้นใต้วัดระฆัง เพื่อใช้ในการซ่อมสร้างเรือรบที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น โดยพระองค์เสด็จฯ มาทรงกระทำพิธีเปิดอู่เรือหลวงด้วยพระองค์เองเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2433 ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่กองทัพเรือ 

สำหรับใครที่อยากชมเรือพระที่นั่งอย่างใกล้ชิดก็สามารถเข้าชมได้ เพราะทั้งเรื่องราวของขบวนเรือพระราชพิธีและเรือต่างๆ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองไทยที่ทรงคุณค่ายิ่ง

หลังจากชมพิพิธภัณฑ์เสร็จเราก็เดินตามไกด์เพื่อไปขึ้นเรือและกลับสู่ท่าเรือสะพานพุทธค่ะ

 เดินทางกลับสู่ท่าเรือสะพานพุทธ 12.30 น. โดยสวัสดิภาพ

ก่อนกลับก็คืนบัตรห้อยให้กับพนักงานค่ะ  

สำหรับทริปนี้คุ้มค่าจริงๆค่ะ ได้เห็นของสวยๆงามอีกมากมาย
เราเชื่อว่าหลายคนยังไม่เคยได้เห็นหรือการนั่งเรือก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยค่ะ
และยังอุ่นใจปลอดภัยแน่นอน100% เพราะมีพี่ๆทหารเรือคอยดูแลอยู่ตลอดค่ะ
การนั่งเรือเลยไม่น่ากลัวอย่างที่เราคิดค่ะ ต้องลองมาสัมผัสดูนะค่ะ 

แล้วพบกันใหม่ในทริปหน้านะค่ะ 

เต็ม10คะแนน ให้ 9/10 

---------------------------------------------

 ก่อนจะจบทริปนี้อยากจะบอกว่าทริปนี้ทั้งหมดจะเป็นการทำบุญ

เพื่อช่วยสร้างพิพิธภัณฑ์ทหารเรือแห่งใหม่นี้ที่จะเกิดขึ้นนะค่ะ โดยเงินทั้งหมดจะเข้าไปที่

"กองทุนเพื่อการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ" 

อยากจะให้ทุกคนได้ร่วมกัน

"สานต่อประวัติศาสตร์ไทย ร่วมใจสมทบทุน พิพิธภัณฑ์ทหารเรือไทย"

ไปพร้อมๆกันกับเรานะค่ะ

----------------------------------

ทริปนี้จัดขึ้นโดยกองทัพเรือ

ทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ วันละ 2 รอบค่ะ

รอบแรก เวลา 08.30-12.30

รอบสอง เวลา 13.30-17.30

สำหรับราคาบัตรทริปนาวีเทียบท่า 

ผู้ใหญ่ 599 บาท

ต่างชาติ 699 บาท

เด็กสูงไม่เกิน100 CM 499 บาท

ราคารวมค่าเข้าสถานที่ทั้งหมดกับอาหารว่างและน้ำดื่ม 1 ขวดค่ะ 

----------------------------

รีวิวนี้จัดขึ้นเพื่อการศึกษานะค่ะ เป็นการทดลองในการศึกษาเรียนมหาวิทยาลัยค่ะ

ผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

1 Like(s)

VIEW 2,936

ฝนตกทริปนี้หยุดมั้ยค่ะ ?

commented on : 08/05/2018 15:31:37